วันนี้ (11 ต.ค. 59) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกือบ 1 เดือน ที่ชาวบ้านริมฝั่งแม่น้ำน้อย ในอำเภอเสนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ต้องตกอยู่ในสภาพคล้ายคนติดเกาะ หลังถูกน้ำท่วมสูงกว่า 2 เมตร เรือพายจึงกลายเป็นพาหนะเพียงอย่างเดียวที่ใช้สัญจรเข้าออก
แม้หลายคนจะเริ่มทำใจกับภาวะน้ำท่วมที่เผชิญอยู่ แต่ทันทีที่เขื่อนเจ้าพระยาปรับเพิ่มการระบายน้ำเป็น 2,300 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่งผลให้พื้นที่ท้ายเขื่อนได้รับผลกระทบหนักขึ้นอีก ระดับน้ำเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง แต่การระบายน้ำกลับทำได้ยาก เพราะประตูระบายน้ำส่วนใหญ่ถูกปิด ป้องกันไม่ให้น้ำท่วมพื้นที่การเกษตร
ทั้งนี้ระดับน้ำที่เพิ่มขึ้น สร้างความกังวลใจให้กับชาวบ้านริมน้ำ จนรวมตัวกันเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่เปิดประตูระบายน้ำเจ้าเจ็ด เพื่อผันน้ำลงทุ่งนา เพราะกลัวว่าหากระดับยังเพิ่มสูงต่อเนื่อง ชาวบ้านอาจไม่สามารถพักอาศัยอยู่ในบ้านได้อีก
ความตึงเครียดระหว่างฝ่ายชาวบ้านที่ต้องการให้ปล่อยน้ำลงทุ่งกับชาวนาที่ระรอเก็บเกี่ยวผลผลิตยิ่งเพิ่มขึ้น แม้ล่าสุดจะยังไม่ได้ข้อยุติที่แน่ชัด แต่เจ้าหน้าที่ยืนยันว่ายังไม่จำเป็นต้องระบายน้ำลงทุ่งเจ้าเจ็ด แต่จะใช้วิธีผันน้ำจากด้านบนลงทุ่งป่าโมกที่เก็บเกี่ยวผลผลิตเสร็จแล้วแทน
ปัจจุบันพื้นที่ทุ่งเจ้าเจ็ดยังเหลือพื้นที่ที่ยังไม่ได้เก็บเกี่ยวอีก ไม่ต่ำกว่า 100,000 ไร่ ซึ่งกรมชลประทานยืนยันว่าจะยังไม่เปิดประตูระบายน้ำลงทุ่งแห่งนี้จนกว่าจะมีความจำเป็นหรือได้รับความยินยอมจากชาวบ้าน