ทันทีที่มวลน้ำเหนือเคลื่อนมาถึงจ.พระนครศรีอยุธยา ผืนนาบริเวณก็กลายสภาพเป็นทะเลสาปจืด
"สภาพพื้นที่บริเวณ อ.ผักไห่ จ.พระนครศรีอยุธยา มีลักษณะเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำ ดังนั้นเมื่อถึงฤดูน้ำหลาก ที่นี่จึงเป็นที่แรกๆที่จะถูกผันน้ำมาทิ้ง แต่ว่าพอถึงฤดูแล้งที่นี่กลับเป็นที่ท้ายๆที่น้ำจะส่งมาถึงเพราะเป็นที่ปลายน้ำ ดังนั้นชาวนาที่นี่จึงประสบปัญหาขาดแคลนน้ำทำนามา 3 ปีแล้ว"
ด้วยประสบการณ์ที่เป็นนายกสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย ทำให้วิเชียร พวงลำเจียก พอแบ่งผืนนาบางส่วนเพาะปลูกได้จากน้ำบาดาลที่เตรียมไว้ใช้กับผลผลิตในพื้นที่สูง
แต่เมื่อถึงเวลาเก็บเกี่ยว ความชอกช้ำกลับไม่ต่างจากชาวนาคนอื่น เพราะผลผลิตนอกจากในปริมาณที่ไม่มากนัก ราคาขายยังตกต่ำจนเหลือเพียงแต่ทุน
ราคาข้าวที่ตกต่ำมาระยะหนึ่ง ประกอบกับภาวะภัยแล้ง ทำให้เกษตรกรบางรายตัดสินใจทำตามคำแนะนำของรัฐบาล คือการหันไปปลูกพืชน้ำน้อย แต่แล้วก็ขาดทุน ทำให้ชีวิตความเป็นอยู่จากเดิมที่แย่อยู่แล้ว ยิ่งแย่ลงไปอีก
แม้ในช่วงราคาข้าวตกต่ำเหลือเพียงตันละไม่กี่พันบาทนี้ จะเหลือนาข้าวเพียงไม่กี่ผืนที่รอการเก็บเกี่ยว แต่ชาวนาส่วนใหญ่ต้องการให้รัฐบาลวางมาตรการช่วยพยุงราคาข้าวให้ดีกว่านี้ เพราะพวกเขาหวังว่าหากได้ปลูกข้าวรอบใหม่ ควรจะมีรายได้มาจุนเจือครอบครัวหรือนำไปใช้หนี้บางส่วนได้บ้าง
กันตินันท์ คลังสมบัติ ถ่ายภาพ
ปรารถนา พรมพิทักษ์ รายงาน