วันนี้ (27 ต.ค. 59) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวนาจังหวัดอุทัยธานี นำข้าวเปลือกไปจำหน่ายที่ตลาดรับซื้อในเขตเทศบาลเฉลี่ยวันละ 400 ถึง 500 ตัน แต่ชาวนาทุกรายที่ต้องเก็บเกี่ยวผลผลิตในช่วงนี้ ทุกข์ระทมอย่างหนัก เพราะขายได้ราคาเพียงตันละ 5,500 ถึง 6,500 บาทเท่านั้น เนื่องจากข้าวเปลือกมีความชื้นสูง และไม่มีลานตากข้าวหรือยุ้งฉางเป็นของตัวเอง ซึ่งเมื่อคำนวณกับเงินที่ลงทุนไปนั้นแทบไม่เหลือแม้แต่ค่าแรง สถานการณ์นี้ทำให้มีผู้เรียกร้องให้รัฐบาลเร่งออกมาตรการพยุงราคาข้าวให้ได้อย่างน้อยตันละ 8,000 บาท
นางวิบูลย์ลักษณ์ ร่วมรักษ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า ข้าวสด ที่ชาวนาเร่งเก็บเกี่ยวหนีน้ำราคาถูกจริง เพราะความชื้นสูง แต่รัฐบาลก็มีมาตรการเยียวยาเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน คือ โครงการประกันภัยข้าวนาปีที่จะคุ้มครองชาวนาที่เป็นลูกค้าธกส.ทุกคนอยู่แล้ว โดยรัฐบาลจะออกเบี้ยประกันไร่ละ 100 บาท ทั้งหมด ส่วนชาวนาที่ไม่ได้เป็นลูกค้าธกส.รัฐบาลจะจ่าย 60 บาทและให้ชาวนารับผิดชอบในส่วนต่าง หากนำมาประกอบกับนโยบายภาพรวมของโครงการรักษาเสถียรภาพราคาข้าว ที่ตั้งเป้าจะดูดซับข้าวกว่า 12 ล้านตัน เพื่อแก้ปัญหาข้าวราคาตกให้กับชาวนา ซึ่งเชื่อว่าจะสามารถบรรเทาปัญหาให้ชาวนาได้ในระดับที่พอใจ โดยที่ไม่ต้องแทรกแซงกลไกตลาดจนเสียหายเหมือนกับนโยบายรับจำนำข้าวที่ผ่านมา
ขณะที่นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ สั่งการให้เจ้าหน้าที่กระทรวงพาณิชย์ติดตามดูแลราคาข้าวเปลือกอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันการกดราคารับซื้อข้าว