องค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล (WWF) และสมาคมสัตววิทยาแห่งลอนดอน เปิดเผยรายงานเรื่องสิ่งแวดล้อมฉบับล่าสุด ระบุว่า จำนวนประชากรสัตว์ป่าในโลกลดลงถึง 58% ในช่วง 40 ปีที่ผ่านมา ซึ่งหากยังเป็นแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ จำนวนประชากรสัตว์มีกระดูกสันหลังอาจลดลงถึง 2 ใน 3 ภายในปี 2020
เมื่อจำแนกข้อมูลจะพบว่ากลุ่มตัวอย่างของสัตว์ ที่อาศัยอยู่ในทะเลสาบ แม่น้ำ และพื้นที่ชุ่มน้ำ ลดลงมากที่สุด รวมถึงประชากรช้างในแอฟริกา ที่ลดลงอย่างมากจากการล่าเพื่อเอางา และประชากรฉลาม ที่ลดลงอย่างต่อเนื่องจากอุตสาหกรรมประมง
ดร.ไมค์ แบร์เรต หัวหน้ากองวิทยาศาสตร์และนโยบาย ของ WWF ระบุว่า หากการใช้ทรัพยากรยังคงดำเนินอยู่ในอัตราเช่นนี้ต่อไป จำนวนประชากรสัตว์ป่าทั่วโลกก็จะลดลงเรื่อยๆ ซึ่งขณะนี้ เราได้มาถึงจุดที่ไม่มีข้ออ้างในการปล่อยปละละเลยธรรมชาติอีกแล้ว เพราะเราต่างตระหนักดีว่า สาเหตุที่แท้จริงของปรากฎการณ์นี้คืออะไร และการกระทำของเราส่งผลกระทบต่อธรรมชาติและประชากรสัตว์ป่ามากเพียงใด
รายงานดังกล่าวสอดคล้องกับรายงานล่าสุดเมื่อปี 2014 ที่ระบุว่า ตลอด 40 ปีที่ผ่านมา ประชากรสัตว์ป่าโลกลดลงมากกว่าครึ่งหนึ่ง เนื่องจากมนุษย์ใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างไม่มีขอบเขต ทั้งตัดต้นไม้และจับปลาในปริมาณที่เติบโตทดแทนไม่ทัน ซึ่งเกินกว่าที่โลกจะรับได้