วานนี้ (31 ต.ค. 59) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเวลา 13.00 น. พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงราคาข้าวเปลือกโดยเฉพาะข้าวหอมมะลิที่มีราคาตกต่ำว่า รัฐบาลพยายามแก้ไขปัญหาข้าวแบบยั่งยืนโดยเริ่มตั้งแต่ชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชนว่าข้าวไม่ได้ปลูกแค่ประเทศไทยเพียงประเทศเดียว ประเทศอื่นก็มีการปลูกเช่นกัน ดังนั้นระบบที่จะทำให้ข้าวราคาไม่ตกต่ำต้องเริ่มจากภาครัฐ ร่วมกับภาคเอกชนและเกษตรกร ซึ่งวงรอบการปลูกจะต้องมีความชัดเจนสอดคล้องกับระบบการบริหารจัดการน้ำ การปลูกพืชอย่างอื่นทดแทน หรือการใช้ระบบเกษตรผสมผสาน การปศุสัตว์ การปลูกพืชน้ำน้อย เพื่อทำให้ข้าวมีปริมาณที่เหมาะสมซึ่งจะส่งผลให้ราคาอยู่ในเกณฑ์ที่จะพึงพอใจ
พล.ท.สรรเสริญ กล่าวว่า ที่ผ่านมาทุกภาคส่วนรู้มาตลอดว่าเมื่อถึงฤดูกาลเก็บเกี่ยวจะมีปริมาณข้าวออกมามาก รัฐบาลจึงได้กำหนดโครงการต่างๆ ออกมา โดยเฉพาะการชะลอไม่ให้ข้าวออกสู่ตลาดเร็วเกินไป ซึ่งรัฐบาลสนับสนุนในด้านของสินเชื่อ เพื่อไปดำเนินการในโครงการต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ถือเป็นการแก้ปัญหาข้าวอย่างยั่งยืน
ทั้งนี้พล.ท.สรรเสริญ กล่าวต่อว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้รับทราบและขอบคุณ พร้อมให้กำลังใจ แต่ก็มีกลุ่มบุคคลที่ไม่หวังดีบอกว่าการขายตรงดังกล่าวผิดกฎหมายเรื่องการขายตรงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดยืนยันว่าไม่ผิดกฎหมาย สามารถทำได้
อย่างไรก็ตามในวันนี้ (31 ต.ค. 59) จะมีการประชุมคณะกรรมการนโยบาย และบริหารจัดการข้าว (กนข.) โดยคาดว่าจะมีมาตรการอื่นออกมาเพิ่มเติม เพื่อทำให้ระดับราคาข้าว อยู่ในเกณฑ์ที่เกษตรกรพึงพอใจ ส่วนมาตรการต่างๆ จะออกมาอย่างไร รวมทั้งจะแก้ปัญหาราคาข้าวเปลือกที่มีคนออกมาระบุว่าราคากิโลกรัมละ 5 บาทนั้น คงต้องผลสรุปจากการประชุมในวันนี้