ภายหลังการประกาศผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดยปรากฎว่า “โดนัลด์ ทรัมป์” สามารถเอาชนะ “ฮิลลารี คลินตัน” อย่างขาดลอย ทำเอากลุ่มผู้สนับสนุน นางคลินตัน ช็อตและทำใจยอมรับไม่ได้ ถึงขั้นรวมกลุ่มประท้วงหน้าทำเนียบขาวนั้น
นพ.วรตม์ โชติพิทยสุนนท์ จิตแพทย์กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข โพสต์เฟซบุ๊กเตือนคนไทยในสหรัฐฯ จับตาและระมัดระวัง “hate crime” หรือ “อาชญากรรมที่มาจากความเกลียดชัง” ที่อาจเพิ่มสูงขึ้น หลังมหาเศรษฐีฝีปากกล้า โดนัลด์ ทรัมป์ คว้าชัยชนะศึกการเลือกตั้งในครั้งนี้ ระบุว่าเนื่องจากในช่วงหาเสียงที่ผ่านมา นโยบายของประธานาธิบดีป้ายแดง บางส่วนมีความคล้ายคลึงกับการออกเสียงประชามติ โหวต Brexit ของสหราชอาณาจักร โดยเฉพาะในเรื่องแนวคิดการกีดกันคนพลัดถิ่นทั้งหลาย และความรู้สึกเกลียดชังจากการถูกแย่งงานโดยคนกลุ่มนี้
ทุกการโหวตมีชนะและแพ้ ตามหลักจิตวิทยาสังคมแล้ว คนที่อยู่ข้างโหวตชนะมักจะเกิดความเชื่อว่า ชุดความคิดของตัวเองนั้นถูกต้อง และเป็นชุดความคิดของคนส่วนมากในประเทศ สิ่งที่ตามมาหลังจากนั้นคือ การแสดงออกชุดความคิดนี้ในที่สาธารณะอย่างอิสระ และเผลอคิดไปว่าสังคมภายนอกจะเห็นด้วยเสมอ จึงเป็นที่มาของ hate crime หรือ อาชญากรรมแห่งการเกลียดชัง เหยียดชนชาติ เหยียดผิว เหยียดเพศ ที่สูงขึ้นอย่างมหาศาลในอังกฤษหลังจากการโหวต Brexit
โดยข้อมูลจาก BBC ระบุว่าสิ่งที่เกิดขึ้น หลังจากผลโหวตให้อังกฤษออกจากอียู hate crime ในอังกฤษกระโดดขึ้น 41% ในเดือนกรกฎาคมปีนี้เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว และทำให้ภาพรวมทั้งปีสูงขึ้น 19% เมื่อเทียบกับปีก่อน
“ในความเป็นจริงคนอังกฤษไม่ได้อิน เรื่องการโหวต Brexit เท่าการเลือกตั้งของคนอเมริกันด้วยซ้ำ คะแนนของอังกฤษสูสีกันมากกว่านี้ และไม่ได้ถือว่าพลิกล็อคกันมากนัก ไม่ได้มี cyber bullying กับ media war ซัดกันมาก่อนขนาดนี้ เลยไม่ได้มีความรู้สึกแพ้ชนะกันรุนแรง เท่าผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ”
อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกคนที่โหวตให้ ทรัมป์ จะมีความคิดในลักษณะ hate crime ทั้งหมด แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่ามีคนจำนวนไม่น้อย ที่สะสมความแค้นมาก่อนหน้านี้อยู่พอสมควร ดังนั้น คนไทยในสหรัฐอเมริกา อาจต้องระมัดระวังตัวจากความรุนแรงดังกล่าว ที่อาจเกิดขึ้นในช่วงนี้