วันนี้ (11 พ.ย. 59)นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทวงคมนาคม เปิดเผยเกี่ยวกับมาตรการควบคุมรถบรรทุกน้ำหนักเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดว่า กระทรวงได้สั่งการไปยังกรมทางหลวง , กรมทางหลวงชนบท และกรมการขนส่งทางบก ให้บูรณาการการตรวจรถบรรทุกน้ำหนักเกินทั่วประเทศ หลังพบว่าถนนชำรุดเสียหายจำนวนมาก จากรถบรรทุกน้ำหนักเกินมากเท่าตัว เช่น รถบรรทุก10ล้อ ตามกฎหมายกำหนดไว้25ตัน ก็บรรทุก50ตัน รถบรรทุกพ่วงกำหนดไว้ 50.5 ตัน ก็บรรทุก 100 ตัน จนส่งผลให้น้ำหนักของรถบรรทุกไปบดถนนให้เกิดการชำรุดเร็วขึ้น ทั้งนี้ในช่วง 1-2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ทาง กรมทางหลวงและ กรมทางหลวงชนบท ได้เข้มงวดในการชั่งน้ำหนักรถบรรทุกทั้งด่านชั่งถาวร และด่านชั่งเคลื่อนที่ทั่วประเทศ และปีนี้ไม่อนุญาตให้ผ่อนผันเรื่องน้ำหนักรถบรรทุกอ้อยด้วย พร้อมขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันตรวจสอบน้ำหนักรถบรรทุกให้มากขึ้นด้วย
ทั้งนี้ในแต่ละปี กรมทางหลวงจะมีงบประมาณซ่อมบำรุงถนนประมาณ 20,000ล้านบาท หรือ ประมาณ 20% ของงบประมาณที่ได้รับในแต่ละปี โดยส่วนหนึ่งเป็นการบำรุงตามระยะเวลา และบำรุงตามความเสียหาย ขณะเดียวกันยังนำไปใช้ขยายถนน และก่อสร้างทางใหม่ จึงส่งผลให้งบประมาณไม่เพียงพอที่จะดำเนินการได้ทั้งหมด แต่เบื้องต้นพบว่าถนนที่ชำรุดเสียหายมากที่สุด ไม่ใช่ถนนของ กรมทางหลวง หรือ กรมทางหลวงชนบท แต่เป็นขององค์การปกครองส่วนท้องถิ่น ที่มีอยู่ประมาณ 200,000กิโลเมตรมากกว่า เพราะไม่มีงบประมาณในการซ่อมบำรุง ขณะที่ กรมทางหลวงมีถนนอยู่ประมาณ 50,000กิโลเมตร และกรมทางหลวงชนบทมีถนนอยู่ประมาณ 48,000กิโลเมตรนอกจากนี้ยังได้มอบให้กรมทางหลวง และ กรมทางกลวงชนบท ไปปรับแก้ถนนสายหลักที่สำคัญ โดยเฉพาะบริเวณสี่แยกทั่วประเทศ เพราะปกติรถบรรทุกเมื่อไปถึง
สี่แยกจะเบรก น้ำหนักรถก็จะเทลงไปข้างหน้าทำให้ยางมะตอยเกินร่องล้อ จึงสั่งให้ปรับพื้นที่บริเวณดังกล่าวให้เป็นคอนกรีตทั้งหมดแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างทยอยดำเนินการ