ปวดหัวกันไปทั้งประเทศ หลังรัฐบาลอินเดียประกาศยกเลิกธนบัติราคา 500 และ 1,000 รูปี เพราะเงินทั้ง 2 ฉบับ เป็นที่นิยมใช้มากที่สุด ทั้งนี้ธนบัตรใบละ 500 และ 1,000 เป็นเงินที่ใช้จ่ายวนเวียนอยู่ในตลาดถึง ร้อยละ 85 ของเงินทั้งหมด
สิ่งที่ตามมาก็คือ ผู้คนนับล้านไปต่อแถวเพื่อขอแลกเงินจากธนาคารและตามตู้เอทีเอ็มยิ่งใกล้วันหมดเขตแลก แถวก็ยาวตามไปด้วย หลายแห่งต้องเข้าแถวรอถึง 6-7 ชั่วโมงเลยทีเดียว
หลายคนอาจคิดว่า คนที่เดือดร้อนส่วนใหญ่ จะเป็นบรรดาเศรษฐีที่มีเงินมากๆ แต่ในความเป็นจริงแล้ว คนที่ได้รับผลกระทบมากกว่าใครก็คือคนจน หรือพวกหาเช้ากินค่ำ เพราะบรรดาเศรษฐีตัวจริงจะไม่ยอมถือเงินสด โดยมักจะเปลี่ยนเป็นอสังหาริมทรัพย์ หรือเพชรพลอยและทองคำ ส่วนเงินสดก็นอนอยู่ในธนาคาร จึงไม่ต้องร้อนใจอะไร
ต่างจากคนจนที่ถือแต่เงินสด เพราะต้องใช้จ่ายแบบวันต่อวัน การฝากธนาคารก็ไม่เป็นที่นิยม เพราะต้องเสียเวลาไปธนาคาร อย่างไรก็ตามมีคนอินเดียเกินครึ่งประเทศ ที่ไม่มีบัญชีอยู่ในธนาคาร
นอกจากนี้คนอินเดียถึงร้อยละ 90 ก็นิยมทำธุรกรรมด้วยเงินสด ด้วยความที่ไม่ชอบเปิดบัญชีกับธนาคารนั่นเอง
ผู้เชี่ยวชาญบอกว่า สถานการณ์จะยังคงวุ่นวายไปอีกสักพัก และผู้คนก็จะเริ่มปรับตัวได้ อีกทั้งรัฐบาลอินเดียก็เร่งพิมพ์ธนบัตรชุดใหม่ออกมา แต่คนที่น่าจะได้รับผลกระทบระยะยาวก็คือ รัฐบาลของนายนเรนทรา โมดี เพราะการเลือกตั้งครั้งต่อไป จะมีขึ้นต้นปีหน้านี้แล้ว และเชื่อว่าคนอินเดียจะยังโกรธนายโมดี และหันไปลงคะแนนให้พรรคอื่นแทน