วันนี้ (17 พ.ย. 59) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ลูกนกกระเรียนพันธุ์ไทยตัวแรกได้ถือกำเนิดขึ้นจากการขยายพันธุ์ตามธรรมชาติ ในรอบ 50 ปี ซึ่งนับว่าเป็นความสำเร็จที่น่าภูมิใจของนักอนุรักษ์ หลังจากที่นกกระเรียนพันธุ์ไทย ซึ่งถูกจัดให้เป็นนกบินได้ที่มีความสูงที่สุดในโลก ได้สูญหายไปจากธรรมชาติ
เบื้องหลังความสำเร็จเกิดจาก องค์การสวนสัตว์ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับหลายหน่วยงาน จัดทำโครงการปล่อยนกกระเรียนพันธุ์ไทยกลับคืนสู่ธรรมชาติ โดยศูนย์เพาะพันธุ์นกกระเรียนที่สวนสัตว์นครราชสีมา ทำการเพาะเลี้ยงนกกระเรียนพันธุ์ไทย ซึ่งต้องใช้ความดูแลอย่างใกล้ชิด
ทั้งนี้ ผู้ดูแลนกในสวนสัตว์นครราชสีมา ต้องใส่ชุดนกกระเรียนป้อนอาหารลูกนก เพื่อให้ลูกนกรู้สึกเหมือนถูกเลี้ยงดูโดยพ่อ-แม่ตามธรรมชาติ หลังจากนั้นจะนำนกกระเรียนไปเลี้ยงในกรงชั่วคราว ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ชุ่มน้ำตามธรรมธาติ เพื่อให้นกกระเรียนได้ปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อม และหัดบินก่อนที่จะปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ
โดยทีมงานวิจัย ได้ศึกษาค้นคว้า และเลือกที่จะปล่อยนกกระเรียนกลับคืนสู่ธรรมชาติ ในพื้นที่อ่างเก็บน้ำห้วยจรเข้มาก จังหวัดบุรีรัมย์ เนื่องจากเป็นพื้นที่ชุมน้ำ เหมาะกับการดำรงชีวิตของนกกระเรียน รวมทั้งเป็นแหล่งสุดท้ายที่พบนกกระเรียนอาศัยอยู่
ด้าน ดร.จอร์จ อาร์ชิบอลด์ ประธานผู้ก่อตั้งกองทุนนกกระเรียนนานาชาติ ได้เดินทางมาเยี่ยมชม พร้อมทั้งแนะนำทีมงานวิจัยถึงอุปสรรคและปัจจัย ที่ต้องพิจารณาในการขยายพันธุ์นกกระเรียน คือ ทำอย่างไรให้ชาวนาในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ เข้ามามีส่วนร่วมในการดูแล และไม่มองว่านกเหล่านี้เป็นศัตรูที่ทำลายนาข้าวของพวกเขา รวมไปถึงการคุ้มครอง และฟื้นฟู ถิ่นอาศัยตามธรรมชาติที่เหลืออยู่เพียงแห่งเดียวในประเทศไทย
ขณะที่ชาวนา ที่ปลูกข้าวออแกนิคในพื้นที่ห้วยจรเข้มาก กลับรู้สึกภูมิใจที่นกเหล่านี้มาอาศัยในทุ่งนา เพราะเชื่อว่าเป็นสัตว์ที่จะนำความโชคดีมาให้ ตามคำบอกเล่าของบรรพบุรุษ และผลจากความโชคดีนั้น ทำให้ข้าวออแกนิคของพวกเขามีวางขายตามซูเปอร์มาร์เกตชั้นนำในกรุงเทพฯ นอกจากนี้ นกกระเรียนยังเป็นหนึ่งในดัชนีชี้วัดถึงความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่ด้วย
อย่างไรก็ตาม โครงการปล่อยนกกระเรียนพันธุ์ไทยกลับคืนสู่ธรรมชาติ มีแผนจะปล่อยนกกระเรียนอีก 9 ตัวกลับคืนสู่ธรรมชาติ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุยเดช และเพื่อเป็นการอนุรักษ์นกกระเรียนให้อยู่ในผืนป่าไทยต่อไป