ข้าวในนา ที่ อ.ไพศาลี จ.นครสวรรค์ เป็นข้าวมะลิ 105 ชาวบ้านที่นี่ทำนาปีละครั้งเท่านั้นด้วยเงื่อนไขเรื่องน้ำที่มีจำกัด นาแปลงนี้ ต้องรีบเกี่ยวข้าวให้เสร็จ เพราะอายุเกินมากว่า 2 สัปดาห์แล้ว ทำให้ “ข้าวกรอบ” จากที่ราคาต่ำอยู่แล้ว ก็จะยิ่งต่ำลงไปอีก บางรายนำข้าวกรอบไปขาย แต่โรงสี ไม่รับซื้อด้วยซ้ำ
ข้าวที่เกี่ยว จะมีรถบรรทุกข้าวมารอรับทันที เพื่อนำไปขายที่โรงสี ในราคากิโลกรัมละ 6-7 บาท และชาวนาจำเป็นต้องรีบขายทันที เพราะต้องการเงินก้อน มาจ่ายค่ารถเกี่ยวข้าว และจ่ายหนี้ธนาคาร
“สำหรับชาวนา ถ้ารัฐบาลจะช่วยเหลือ ด้วยโครงการจำนำยุ้งฉาง ก็ต้องทำทันที ก่อนที่ข้าวจะไม่อยู่ในมือชาวนา”
ที่สำคัญ ชาวนาที่นี่ ยอมรับว่า ข้าวของพวกเขาอาจไม่เข้าหลักเกณฑ์ของรัฐบาล ที่จะได้ราคา 9000 บาท ต่อตัน เพราะหลักเกณฑะบุว่า ข้าวเปลือก 100 กรัม บดแล้วต้องเหลือข้าวกล้อง 35 กรัม แต่ข้าวโดยฝน 2 ครั้ง และเกี่ยวช้า จะเหลือประมาณ 20 กรัมเท่านั้น
เมื่อคำนวนต้นทุนราคาปลูกข้าวต่อไร่ จะพบว่า 1 ไร่ มีต้นทุนประมาณ 4520 บาท จากค่าเช่าที่ ปุ๋ย ยา ค่าเกี่ยว สำหรับข้าวมะลิ 105 จะได้ข้าวเปลือก 1 ตัน ต้องใช้พื้นที่ 2 ไร่ หมายความว่า ถ้าขายได้ตันละ 6-7 พันบาท จะขาดทุน 1000 -1500 บาทต่อไร่ และต้องขายได้อย่างต่ำตันละ 10,000 บาท จึงจะมีกำไร ไร่ละ 480 บาท