ความพ่ายแพ้ของ นิโกลาส์ ซาร์โกซี่ ในเวทีการเลือกตั้งขั้นต้นเป็นสัญญาณเตือนว่า ชาวฝรั่งเศสไม่ต้องการเดินถอยหลังกลับ ซึ่งผลการเลือกตั้งทั่วไปในปีหน้าจะเป็นอีกหนึ่งหน้าสำคัญของประวัติศาสตร์ ที่อาจเปลี่ยนแปลงสหภาพยุโรป และส่งผลกระทบต่อดุลยภาพโลกได้
ท่าทีของอดีตประธานาธิบดีซาร์โกซี่ ที่ยอมรับความพ่ายแพ้ และประกาศสนับสนุน นายฟรองซัวส์ ฟียง อดีตนายกรัฐมนตรี ผู้ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งขั้นต้นรอบแรกอย่างเป็นเอกฉันท์ อาจไม่สำคัญเท่ากับกระแสของตัวเต็งที่เป็นนักเมืองแนวคิดขวาจัดอย่าง มารีน เลอ เปน
เลอ เปน ไม่ใช่นักการเมืองหน้าใหม่ เพียงแต่ ด้วยจังหวะเวลา และสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในการเมืองโลกหลายๆ อย่าง ทำให้เธอเป็นที่จับตามองอย่างมากในขณะนี้
111
เลอ เปน ซึ่งเป็นหัวหน้าพรรคแนชันนอล ฟรอนท์ โจมตีนโยบายเปิดรับผู้อพยพของเยอรมนีว่าเป็นต้นเหตุที่นำไปสู่เหตุก่อการร้ายในฝรั่งเศส ไม่ว่าจะเป็นเหตุคนร้ายขับรถไล่ชนผู้คนที่กำลังเฉลิมฉลองวันชาติฝรั่งเศสที่เมืองนีซ เหตุคนร้ายปาดคอบาทหลวงในนอร์มังดี และแน่นอนเหตุโจมตีที่กรุงปารีส
แม้ประชาชนกลุ่มหนึ่งจะตระหนักถึงอันตรายที่ตามมา หากฝรั่งเศสเลือกผู้นำที่มีแนวคิดฝ่ายขวา แต่คำพูดของ เลอ เปน ก็สะท้อนความคิดของผู้คนอีกกลุ่มเช่นกัน ซึ่งเป็นปรากฏการณ์เดียวกันกับที่ทำให้นายโดนัลด์ ทรัมป์ ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ อย่างเหนือความคาดหมาย
บทบาทของฝรั่งเศสในสหภาพยุโรปนั้นยิ่งใหญ่กว่าที่เห็น โดยฝรั่งเศส นอกจากจะเป็นสมาชิกหลักของสหภาพยุโรป แล้วยังเป็นประเทศที่สนับสนุนนโยบายที่เด็ดขาดของเยอรมนี ไม่ว่าจะเป็นการกำหนดโควต้าให้ชาติสมาชิกรับผู้อพยพตามขนาดเศรษฐกิจ นโยบายรัดเข็มขัดในการลดหนี้ ที่ล้วนแล้วไม่ได้รับความนิยม ซึ่งที่ผ่านมา ผู้นำของฝรั่งเศส ไม่ว่าจะเป็น ซาร์โกซี หรืออ็อลลองด์ ต่างก็เป็นผู้ตามที่ดี และสนับสนุนเยอรมนีมาตลอด
ยิ่งในยุคที่สหภาพยุโรปเสียสมาชิกหลักอย่างสหราชอาณาจักรไปหลังการทำประชามติเบร็กซิท เยอรมนีจะขาดการสนับสนุนของฝรั่งเศสไม่ได้
ซึ่งหาก เลอ เปน ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศส แนวคิดตามอุดมการณ์สหภาพยุโรปที่จะสร้างประชาคมเสรีที่แน่นแฟ้น อาจจะเผชิญกับแรงต้านจากกระแสขวาจัด หรือในกรณีที่เลวร้ายกว่านั้น อาจทำให้สหภาพยุโรปก้าวไปสู่หนทางของความแตกแยกก็เป็นได้
ทีมข่าวต่างประเทศ พีพีทีวี รายงาน