สมาชิกรัฐสภายุโรปมีมติเห็นชอบให้ระงับการเจรจาเกี่ยวกับการรับตุรกีเข้าเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป (อียู) ด้วยคะแนนเสียงเห็นชอบ 479 เสียง ไม่เห็นชอบ 37 เสียง และงดลงคะแนน 109 เสียง
มติดังกล่าวนับเป็นการตอบโต้ที่รุนแรงที่สุดจากสหภาพยุโรปต่อปฏิบัติการกวาดล้างศัตรูทางการเมืองของรัฐบาลตุรกีภายหลังการก่อรัฐประหารล้มเหลวเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ซึ่งมีการสั่งปลดข้าราชการ ตำรวจ ทหาร และบุคคลในแวดวงต่างๆ ที่ต้องสงสัยว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกว่า 1 แสนคน
แม้ว่ามติของรัฐสภายุโรปครั้งนี้จะไม่มีผลบังคับทางกฎหมายกับชาติสมาชิกอียู แต่ก็หวังว่าจะสร้างแรงกดดันให้กับประธานาธิบดีเรเซป ทายยิป แอร์โดอัน ของตุรกี มากขึ้น
อย่างไรก็ตาม การระงับการเจรจาเรื่องการรับตุรกีเข้าเป็นสมาชิกอียูแม้เพียงชั่วคราว จะทำให้ข้อตกลงที่ทั้งสองฝ่ายบรรลุร่วมกันเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ที่ให้ตุรกียอมรับผู้อพยพกลับจากประเทศกรีซ อยู่ในจุดล่อแหลมที่จะพังทลายได้
ซึ่งหลายประเทศในสหภาพยุโรปไม่ต้องการให้เป็นเช่นนั้นเนื่องจากคลื่นผู้อพยพจะหลั่งไหลเข้ามาโดยไม่มีการตรวจสอบ ขณะที่กลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมืองที่มีแนวคิดประชานิยมก็จะฉวยโอกาสนี้ใช้เป็นเหตุผลโจมตีนโยบายเปิดเสรีได้
ทั้งนี้ รัฐบาลตุรกีเคยประกาศว่า ตุรกีอาจตัดสินใจถอนตัวจากกระบวนการพิจารณาเข้าเป็นสมาชิกอียูไปเลย หากยังไม่มีความคืบหน้าภายในสิ้นปีนี้ ขณะที่เมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีแอร์โดอันระบุว่า หากผลการลงมติเห็นชอบให้การเจรจา เท่ากับหมายความว่า รัฐสภายุโรปเลือกที่จะอยู่ข้างเดียวกับกลุ่มก่อการร้าย