ตัวแทนสมาคมเกษตรกรชาวไร่ข้าวโพด ข้าว และมันสำปะหลัง นำพวงหรีดไปวางหน้ากระทรวงพาณิชย์ เป็นสัญลักษณ์แสดงออกถึงความไม่พอใจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่ปรับลดภาษีนำเข้าข้าวสาลี จาก 27% เหลือ 0% ส่งผลให้บริษัทอาหารสัตว์หันไปนำเข้าข้าวสาลีแทนการใช้ข้าวโพดจากเกษตรกรในประเทศ
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังกลุ่มเกษตรกร พร้อมด้วย นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เดินทางไปยื่นหนังสือถึงคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. เมื่อช่วงสายวันนี้ ขอให้ตรวจสอบการทำงานของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และทุกคนที่เกี่ยวข้องกับการตัดสินใจ เพราะแนวทางนี้ส่งผลให้ราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในประเทศตกต่ำสุดในรอบ 10 ปี จาก 9 บาท 50สตางค์ เหลือเพียงราว 7 บาท 50 สตางค์
เมื่อตรวจสอบข้อมูลการนำเข้าข้าวสาลีในปีนี้ หลังจากรัฐบาลปรับลดภาษีเป็นเปอร์เซนต์ พบว่า มีปริมาณเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ตลอดปี 2559 จนถึงเวลานี้ พบว่า มีตัวเลขนำเข้าแล้ว 3 ล้าน 5 แสนตัน สูงกว่าปี 2558 ที่มีตัวเลขตลอดปีอยู่ที่ 2 ล้าน 9 แสนตัน และหากย้อนไปในปี 2557 พบว่ามีการนำเข้าข้าวสาลีเพียง 6 แสนตันเท่านั้น
ด้าน นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ วันนี้ปฏิบัติภารกิจอยู่ที่กระทรวงฯ แต่ไม่ได้ให้สัมภาษณ์ ทว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เคยอธิบายสาเหตุที่ต้องลดภาษีนำเข้าข้าวสาลี เพราะต้องปฏิบัติตามตามพันธะสัญญาทางการค้าระหว่างประเทศ แต่ข้อมูลชุดนี้เกษตรกรโต้แย้งว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่ การนำเข้าข้าวสาลีตามพันธะสัญญาหรือไม่ แต่อยู่ที่การงดเว้นภาษีจากข้อตกลงที่กำหนดไว้เป็นศูนย์ และนำเข้าโดยไม่จำกัดปริมาณและกรอบเวลา
ส่วนแนวทางเยียวยาเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ที่รัฐบาลออกมาตรการบังคับเอกชนนำเข้าข้าวสาลี 1 ส่วน ให้ซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในประเทศ 3 ส่วน กลุ่มเกษตรกรเปิดเผยว่า มาเกิดขึ้นเมื่อข้าวโพดเก็บเกี่ยวไปแล้วจำนวนมาก และไม่ได้มีผลย้อนหลังกับผู้ที่ได้รับผลกระทบไปแล้ว