ทำเอาฮือฮาไม่น้อยหลังค่ำคืนที่ผ่านมา ละครดังได้เผยแพร่สรรพคุณอันทรงพลังของว่านมหาเสน่ห์ หรือที่เรียกติดปากว่า “ว่านดอกทอง” เมื่อจบฉาก หลายคนชักสงสัยว่าว่านชนิดนี้มีอยู่จริงหรือไม่ และที่สำคัญมีสรรพคุณตามที่ตัวละครสาว ในโทรทัศน์กล่าวอ้างจริงหรือเปล่า ?
ทีมนิวมีเดีย PPTV สอบถามไปยังโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร สถานที่ที่มีความเชี่ยวชาญด้านสมุนไพรของประเทศไทย เพื่อไขข้อสงสัยและคลายความข้องใจใครหลายๆ คน ซึ่งเราได้รับคำอธิบายจาก ภญ.ดร.สุภาภรณ์ ปิติพร รองผู้อำนวยการผ่ายแพทย์แผนไทยและสมุนไพร ว่า “ว่านดอกทอง” หรือเรียกอีกชื่อว่า “ว่านมหาเสน่ห์” มีอยู่จริง !
ว่านชนิดนี้เป็นพืชในตระกูลขิง-ข่า โดยตามตำนานและความเชื่อ ระบุว่า คนสมัยก่อนเชื่อว่าเมื่อหญิงสาวได้ดมหรือได้กลิ่นดอกจะไม่สามารถ อดกลั่นอารมณ์ราคะได้ บ้านไหนที่มีบุตรสาวจึงห้ามปลูก หรือหากปลูกไว้ก็ห้ามให้ดอกบาน โดยให้เก็บดอกตูมใส่น้ำมันไว้เป็นน้ำมันเสน่ห์ แต่หากปลูกไว้ก็จะต้องปลูกพญาว่านนางคุ้ม หรือว่านนางล้อม ซึ่งถือเป็นพญาว่านปกคลุมไว้ ส่วนพลังต่อเพศชายจะทำให้เป็นที่รัก มีเมตตามหานิยมเสน่ห์แรงแบบขุนแผน
“สมัยก่อนถึงขั้นมีเรื่องเล่าว่าหากหมู่บ้านไหน ไม่ถูกกับอีกหมู่บ้านให้เอาว่านชนิดนี้ ไปแขวนไว้ต้นลมที่พัดเข้าหมู่บ้าน เมื่อผู้หญิงได้กลิ่นจะเกิดการผิดลูกผิดเมีย ทำให้เกิดปัญหาทะเลาะวิวาทกันภายในหมู่บ้าน”
รองผู้อำนวยการผ่ายแพทย์แผนไทยและสมุนไพร เล่าต่อว่า ส่วนตัวแม้จะทราบเรื่องราวความเชื่อนี้มานาน แต่เพิ่งได้เห็นต้นว่านๆ ของจริงเมื่อปี 2548 หลังเจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติฯ นำมาให้ปลูกในแปลงศึกษา ทั้งนี้ เนื่องจากองค์ความรู้ทางด้านสารเคมี ของว่านชนิดนี้ยังไม่มีคนศึกษาอย่างจริงจัง จึงถือเป็นเรื่องที่ควรศึกษาต่อยอด เพื่อให้เกิดองค์ความรู้และนำไปพัฒนาต่อยอดอย่างจริงจัง
“จริงๆ แล้วนอกจากว่านมหาเสน่ห์แล้ว ยังมีว่านอื่นๆ ที่มีความเชื่อว่า สามารถสร้างความรัญจวน ให้กับหญิงสาวผู้ได้กลิ่นหรือสูดดมอีกหลายชนิด เช่น ว่านมหาหงส์ หรือที่ชาวอีสานเรียกว่าสะเลเต”