วันนี้ (2 ธ.ค.59) ที่โรงพยาบาลลานนา อ.เมือง จ.เชียงใหม่ นางปุนยวัจนา วรรคาวิสันต์ ภรรยา พล.ต.วิทยา วรรคาวิสันต์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 38 จ.น่าน และแม่ของ นายอิศราชนุวัฒภ์ วรรคาวิสันต์ หรือ น้องเจมส์บอล ที่ถูกการ์ดและพนักงานของร้านมาลินสกาย ในโครงการเดอะเชียงใหม่ คอมเพล็กซ์ รุมทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บสาหัส เมื่อกลางดึกคืนวันที่ 25 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ได้แถลงข่าวเปิดใจจากค่ำวานนี้ มีกระแสข่าวว่าตนเองได้ส่งชายฉกรรจ์เข้าไปอุ้มนายกฤษณะ หรือ บอล อมิตรสูญ แฟนดาราสาวอุ้ม ลักขณา ไปจากศาลจังหวัดเชียงใหม่ หลังได้รับการประกันตัว พร้อมกับพนักงานของร้านมาลินสกาย ที่เป็นผู้ต้องหาในคดีร่วมกันทำร้ายร่างกายนายอิศรานุวัฒภ์
นางปุนยวัจนา มีสีหน้าที่อิดโรยอย่างเห็นได้ชัด และยอมรับว่ามีอาการเครียดมาก เพราะเป็นห่วงอาการของลูกชาย ซึ่งล่าสุดดวงตาข้างซ้ายที่บาดเจ็บมีอาการอักเสบ และมีไข้ขึ้นสูงเป็นช่วงๆ ส่วนกระข่าวที่เกิดขึ้นรู้สึกงงมาก พร้อมยืนยันว่า ไม่เคยส่งใครไปอุ้มนายกฤษณะ ตามกระแสข่าวอย่างแน่นอน
นางปุนยวัจนา กล่าวต่อว่า ใครเป็นคนให้ข้อมูลว่าตนเองสั่งให้ชายฉกรรจ์ไปอุ้มนายกฤษณะ และปล่อยข่าวว่านายกฤษณะจะมาขอขมาครอบครัวตนที่โรงพยาบาลลานนา จนนักข่าวเดินทางมาเต็มโรงพยาบาลเมื่อเย็นวานนี้ แต่เท่าที่ทราบ คนที่ปล่อยข่าวคือคนของนายกฤษณะ ซึ่งก็ไม่เข้าใจและยังงงว่าให้ข่าวกับสื่อมวลชนในลักษณะนั้นเพื่ออะไร เท่าที่แต่งงานและใช้ชีวิตอยู่กับ พล.ต.วิทยา มานานรู้ดีว่าท่านเป็นคนอย่างไร ท่านเป็นคนเรียบร้อย และมีมนุษยธรรมสูงมาก ตลอดเวลาที่มีเรื่องกระทบกระทั่งเกิดขึ้น ท่านมักจะพูดเสมอว่า ช่างเขาเถอะ อโหสิกรรม คนเราจะได้ไม่มีเวรซึ่งกันและกัน ดังนั้นคำว่าข่มขู่จากเราไม่มีแน่นอน ฉะนั้นที่แม่ของนายกฤษณะ ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า ถูกข่มขู่คุกคามมีคนมาดักอยู่หน้าที่พัก อยากถามว่าคุณไปทำอะไรให้ใครไว้หรือเปล่า
นอกจากนี้หากนายกฤษณะจะมาขอพบ ยังตอบไม่ได้ว่าจะตอบรับ หรือปฏิเสธ ขอเวลาไตร่ตรองปรึกษากับ พล.ต.วิทยา ก่อน ส่วนที่วานนี้มีผู้ชายคนหนึ่งอ้างตัวเป็นพ่อของดาราสาว อุ้ม ลักขณา มาขอพบเพื่อขอบคุณที่ตนเองไม่พาดพิงถึงลูกสาว ตนไม่ทราบว่าชายคนนี้เป็นใคร แต่ก็ตอบไปว่า เมื่อดาราสาวไม่เกี่ยวตนก็ไม่พูดพาดพิงถึงเพราะไม่ต้องการให้ได้รับผลกระทบหรือเสียหาย แต่ใครที่เป็นคนผิดก็ควรออกมาแสดงความยอมรับผิดชอบและยอมรับความจริง แม้ว่านายกฤษณะจะปฎิเสธว่าไม่ได้สั่งการ แต่ตนเองได้ยินกับหูระหว่างการคุยโทรศัพท์กับลูกชายก่อนจะถูกรุมทำร้าย และทุกวันนี้เสียงดังกล่าวก็ยังดังก้องหูอยู่ ขณะที่ในส่วนของคดีความก็ปล่อยให้เป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย และมั่นใจในการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าจะให้ความยุติธรรมกับครอบครัวและลูกชาย