หลังจากสังคมออนไลน์ได้มีการโพส์ตแชร์เรื่องราวกรณีที่นายชาคริต พูลสวัสดิ์รัตนพงษ์ หรือน้องโบ้ท อายุ 27 ปี หนุ่มช่างภาพอิสระที่จังหวัดบุรีรัมย์ ถูกนายปราโมทย์ สุริเทศ อายุ 34 ปี หนุ่มเซลล์ของบริษัทแห่งหนึ่งใช้ขวดเหล้าตีศรีษะของชาคริต ในสถานบันเทิงชื่อดังแห่งหนึ่งตั้งอยู่ ต.อิสาณ อ.เมืองบุรีรัมย์ จ.บุรีรัมย์ เมื่อคืนวันที่ 10 ธ.ค.ที่ผ่านมา จนทำให้นายชาคริตได้รับบาดเจ็บสาหัส จากนั้นเพื่อนที่ไปด้วยกันได้นำตัวนายชาคริตส่งโรงพยาบาล แต่นายชาคริตได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา
ทั้งนี้นายปราโมทย์ผู้ต้องหาที่ถูกตำรวจจับกุมในวันเกิดเหตุได้ใช้สิทธิ์ตามกฎหมายยื่นขอประกันในชั้นพนักงานสอบสวน ครอบครัวและญาติผู้ตายจึงเกรงจะไม่ได้รับความเป็นธรรม จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์กับกรณีที่เกิดขึ้น ทั้งมีชาวสังคมออนไลน์เข้ามาแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมากเนื่องจากสาเหตุของการทำร้ายจนถึงแก่ความตายเป็นเรื่องที่ไม่น่าจะเกิด
ล่าสุดทางครอบครัวของเหยื่อ ได้ตั้งประกอบพิธีทางศาสนา ณ ศาลาธรรมานุภาพ 2 วัดกลางพระอารามหลวง ในเขตเทศบาลเมืองบุรีรัมย์ ท่ามกลางความโศกเศร้าเสียหายของครอบครัวญาติ และเพื่อนๆ ที่มาร่วมงานศพ โดยญาติมีกำหนดฌาปนกิจวันที่ 15 ธ.ค.นี้
ด้าน พ.ต.อ.สุรพล มุ่งมา รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจ.บุรีรัมย์ กล่าวว่า หลังได้รับแจ้งตำรวจก็ไปที่เกิดเหตุและจับกุมผู้ก่อเหตุทันทีโดยเบื้องต้นก็ได้แจ้งข้อหา “ทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัส” เนื่องจากขณะนั้นนายชาคริตยังไม่เสียชีวิตแต่หลังจากผู้บาดเจ็บได้เสียชีวิตทางพนักงานสอบสวนก็ได้แจ้งข้อหาเพิ่มเติม “ทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย” ซึ่งสาเหตุที่พนักงานสอบสวนให้ประกันตัวเนื่องจากได้พิจารณาแล้วว่ากระทำของผู้ต้องหามีเจตนาทำร้ายร่างกาย ไม่ได้มีเจตนาทำให้เสียชีวิตประกอบกับผู้ต้องหามีที่อยู่เป็นหลักแหล่งชัดเจน
และหลักทรัพย์มีความน่าเชื่อถือ ว่าจะไม่หลบหนีซึ่งก็เป็นสิทธิ์ตามกฎหมายที่ผู้ต้องหาสามารถยื่นขอประกันตัวได้ แต่ก็ได้กำชับให้พนักงานสอบได้ทำคดีด้วยความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายแต่จากพยานบุคคล พยานวัตถุ ซึ่งเป็นหลักฐานในที่เกิดเหตุ รวมถึงคำรับสารภาพของผู้ต้องหา ก็เชื่อว่ามีน้ำหนักที่จะสามารถเอาผิดกับผู้ต้องหาได้