วันนี้ (18 ธ.ค. 59) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ด่านตรวจบริเวณถนนคลองหลวง ก่อนถึงวัดพระธรรมกายเพียงไม่ถึง 1 กิโลเมตร เป็นการทำงานร่วมกันระหว่างตำรวจ ทหาร ดีเอสไอ และทางหลวง เพื่อตรวจสอบรถยนต์ รถจักรยานยนต์ รถโดยสาร เพื่อตรวจค้นอาวุธและยานพาหนะต่างๆ ที่ผ่านบริเวณโดยรอบวัดพระธรรมกาย โดยเน้นมาตรการรักษาความปลอดภัยและป้องกันเหตุแทรกซ้อน ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ตั้งด่านวันที่ 3 ธ.ค. ที่ผ่านมา จนถึงปัจจุบันยังไม่มีคำสั่งให้ยกเลิกการตั้งด่าน นอกจากจุดหลักบริเวณถนนคลองหลวงแล้ว ยังมีด่านตามจุดต่างๆรอบวัดพระธรรมกาย รวม 7 จุด คงปฎิบัติหน้าที่ตามปกติอย่างเง้มงวด
ส่วนอีกจุดหนึ่งที่ผิดสังเกตุคือบริเวณประตู 8 ซึ่งช่วงก่อนหน้านี้ประตูจะถูกคล้องโซ่เอาไว้ ซ้อนด้วยประตูชั้นในอีกหนึ่งชั้น วันนี้กลับเปิดให้รถเข้าออกได้ และมีเพียง รปภ.ของวัดดูแลแค่สองนาย ซึ่งจากการสอบถามเบื้องต้นได้ความว่าเปิดให้ลูกศิษย์เข้ามาปฏิบัติธรรม เนื่องจากวันอาทิตย์จะมีพิธีกรรมทางศาสนาภายใน
ส่วนป้ายไวนิล ขนาดย่อมถูกปิดไว้ตามประตูต่างๆ ระบุให้สิ่งของหรืออาคารก่อสร้างที่ผิดกฎหมายตกเป็นของกลาง และหนังสื่อให้รักษาการเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ส่งตัวผู้ต้องหา คือพระธัมมชโย และนายองอาจ ธรรมนิทา โฆษกวัดพระธรรมกาย วานนี้ (17 ธ.ค. 59) ซึ่งจนถึงขณะนี้ปรากฎว่าไร้การตอบรับจากเหล่าบรรดาศิษยานุศิษย์ว่าจะส่งตัวบุคคลทั้ง 2 เข้ามอบตัวกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือไม่
ขณะที่บรรยากาศที่วัดพระธรรมกายวันนี้ บริเวณประตู 5 และประตู 6 ที่เคยเต็มไปด้วยลูกศิษย์ เข้าปฏิบัติธรรม แต่วันนี้กลับเงียบเหงา ไม่มีแม้แต่เสียงสวดมนต์ และเจ้าหน้าที่วัดออกมาเข้มงวด ประตู 7 ก็เช่นเดิม ด้านรักษาความปลอดภัยยังคงตรวจตรารถเข้าออกทุกคัน ไม่ให้บุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปภายใน แต่ก็ดูจะเงียบผิดหูผิดไปจากเมื่อวานนี้
นอกจากนี้ยังมีรายงานว่า ทางดีเอสไอจะเตรียมดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขอหมายค้นวัดพระธรรมกายต่อศาลอีกครั้งภายในสัปดาห์หน้า เพื่อจับกุมสองผู้ต้องหา พร้อมทั้งชี้แจงต่อศาลว่าเหตุใดจึงไม่สามารถเข้าค้นได้ตามหมายค้นที่อนุญาตระหว่างวันที่ 13-16 ธ.ค.ที่ผ่านมาได้