วันนี้ (19 ธ.ค.59) นายธนิต โสรัตน์ รองประธานสภาองค์การนายจ้าง ผู้ประกอบการค้าและอุตสาหกรรมไทย เปิดเผยว่า ในปี 2560 หรือปีหน้า การจ้างงานภาพรวมของไทยจะปรับเพิ่มขึ้นจากปีนี้ แต่สิ่งที่ต้องติดตามคือนักศึกษาจบใหม่ที่จะมีเข้ามาในระบบเพิ่มขึ้นเดือนมีนาคมปีหน้า อีกประมาณ 2.1 แสนคน แรงงานเหล่านี้ส่วนหนึ่งต้องยอมรับว่า จะประสบปัญหาภาวะตกงาน โดยเฉพาะผู้ที่จบปริญญาตรีสายสังคม หากภาครัฐกำหนดนโยบายอุตสาหกรรม 4.0 เพื่อขับเคลื่อนประเทศหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจำเป็นจะต้องกำหนดแผนพัฒนาแรงงานเพื่อให้สอดรับกับความต้องการตลาด
โดยในเดือนตุลาคมที่ผ่านมา แรงงานไทยตกงานรวมอยู่ 467,000 คน คาดว่าปีหน้า เมื่อเด็กจบใหม่เพิ่มเข้ามาอีกส่วนหนึ่ง ก็จะตกงานเพิ่มโดยเฉพาะ ปริญญาตรี ที่ไม่ใช่สายเฉพาะทางหรือวิชาชีพ เช่น สังคมศาสตร์ ศึกษาศาสตร์ นิเทศศาสตร์ ขณะที่ระดับอาชีวะที่จบสายช่าง ยังเป็นที่ต้องการของตลาดสูงและยังขาดอยู่มาก
อย่างไรก็ตามทิศทางแรงงานของไทยจะต้องปรับให้สอดรับกับตลาด โดยขณะนี้กำลังหารือกับกระทรวงแรงงาน เพื่อที่จะวางแนวทางพัฒนาแรงงานให้สอดรับกับยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศ โดยเฉพาะอุตสาหกรรม 4.0 ซึ่งจะต้องเน้นให้การศึกษามุ่งไปสู่ไอที คอมพิวเตอร์ ภาษา ช่างกล ฯลฯ รวมไปถึงการพัฒนาทักษะฝีมือแรงงานให้ไปในทิศทางดังกล่าวประกอบด้วย เนื่องจากต้องยอมรับว่าด้วยนวัตกรรมที่พัฒนาอย่างรวดเร็วทำให้ตลาดแรงงานเอง ก็เริ่มเปลี่ยนไปตัวอย่างใกล้ตัว เช่น สื่อสารมวลชน การธนาคาร แรงงาน กลุ่มนี้เริ่มเป็นอาชีพเสี่ยง
นายวัลลภ วิตนากร รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) มองแนวโน้มเด็กจบใหม่ก็ยังคงเป็นเหมือนเดิมที่ปริญญาตรีที่ไม่ใช่สายวิชาชีพจะตกงานเพิ่มขึ้น มทางภาครัฐเองจะต้องหามาตรการกระตุ้นให้ผู้ปกครองส่งลูกเรียนระดับ ปวช. ปวส. ให้มากขึ้น โดยชี้ให้ เห็นประโยชน์ว่าสายนี้จบมาไม่ตกงาน แล้วรายได้ยังดีเทียบเท่าจบปริญญาตรี เพราะตลาดแรงงานต้องการมาก