ร่างมติที่เตรียมถูกเสนอในที่ประชุมคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ หรือ UNSC กำหนดให้อิสราเอลยุติการตั้งถิ่นฐานในนครเยรูซาเล็มตะวันออกและเขตเวสต์แบงก์ซึ่งเป็นพื้นที่พิพาทอย่างสมบูรณ์และทันที เนื่องจากอิสราเอลเดินหน้าก่อสร้างบ้านเรือนและชุมชนในพื้นที่ที่ยึดมาจากชาวอาหรับอย่างต่อเนื่อง แม้ประเทศสมาชิกส่วนใหญ่ของสหประชาชาติ ไม่ยอมรับการผนวกดินแดนก็ตาม
ด้านสหรัฐฯ แม้จะไม่เคยรับรองว่าดินแดนเหล่านี้เป็นของยิว แต่ที่ผ่านมาพันธมิตรใกล้ชิดของอิสราเอลรายนี้ก็ใช้อำนาจในฐานะ 1 ใน 5 สมาชิกถาวรของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ วีโต้มติที่เป็นผลเสียต่ออิสราเอลมาโดยตลอด เพียงแต่คราวนี้ท่าทีของรัฐบาลโอบามาดูจะเอนเอียงไปในทางงดออกเสียง
นั่นเป็นสิ่งที่เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอลทราบดี จึงพยายามเคลื่อนไหวล็อบบี้ไม่ให้ร่างดังกล่าวเข้าสู่ที่ประชุมยูเอ็นได้ ทั้งเจรจาต่อรองกับอียิปต์โดยตรง และเรียกร้องให้สหรัฐฯ วีโต้ร่างมตินี้
ซึ่งวิธีของเนทันยาฮูได้ผล โดนัลด์ ทรัมป์ ออกโรงทวีตเมื่อคืนให้ทำเนียบขาววีโต้ร่างมติที่ไม่เป็นธรรมกับอิสราเอล แม้ทวีตนี้ของว่าที่ผู้นำสหรัฐฯ อาจไม่มีผลอะไรต่อการตัดสินใจของโอบามา แต่เปลี่ยนท่าทีเจ้าของร่างมติได้ชะงัด เพราะอียิปต์ชะลอกระบวนการยื่นต่อที่ประชุมทันทีที่เห็นท่าทีทรัมป์ ก่อนกระบวนการโหวตจะเริ่มขึ้นแค่ไม่กี่ชั่วโมง
ส่วนเหตุผลเบื้องหลังการกระทำของอียิปต์ไม่ซับซ้อนอะไร แม้จะเป็นผู้ร่างมตินี้กับมือตัวเองหลังหารือกับปาเลสไตน์ใกล้ชิด แต่นั่นก็เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่นำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงนโยบายต่างประเทศแบบหน้ามือเป็นหลังมือ เจ้าหน้าที่อียิปต์ผู้ไม่เปิดเผยนามให้ข้อมูลว่า อียิปต์ชะลอร่างดังกล่าวเพราะไม่ต้องการเป็นศัตรูกับทรัมป์
ย้อนกลับไปดูท่าทีของทรัมป์ในช่วงหาเสียง เขาเคยประกาศว่าหากได้รับตำแหน่งประธานาธิบดี รัฐบาลของเขาจะยอมรับว่านครเยรูซาเล็มคือเมืองหลวงของอิสราเอลที่ไม่มีการแบ่งแยก นั่นทำให้ชาวปาเลสไตน์กังวล เพราะแม้ในมุมมองของประเทศสมาชิกส่วนใหญ่ขององค์การสหประชาชาติ สถานะของเยรูซาเล็มยังไม่มีข้อยุติ และควรตกลงกันในการเจรจาสันติภาพ แต่หากสหรัฐฯ ซึ่งถือสิทธิวีโต้ไว้ในมือมีท่าทีเข้าข้างอิสราเอลอย่างเห็นได้ชัดเช่นนี้ อาจทำให้โจทย์ความขัดแย้งที่แก้ไขยากที่สุดข้อหนึ่งของโลกทวีความซับซ้อนยุ่งยากขึ้นอีก
ทีมข่าวต่างประเทศ พีพีทีวี รายงาน