ผศ.ดร.รชพร ชูช่วย อาจารย์ประจำภาควิชาสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่าการเรียนการสอนด้านการออกแบบ ต้องมุ่งพัฒนาให้เด็กสามารถนำความรู้และทักษะที่ได้ไปใช้จริง เข้าใจถึงปัญหาและอุปสรรคต่างๆ ในขั้นตอนการทำงาน และสามารถต่อยอดพัฒนาศักยภาพของตนได้หลังสำเร็จการศึกษาไปแล้ว
การออกแบบหลักสูตรการศึกษาระดับปริญญาตรี สาขาที่เกี่ยวข้องกับการออกแบบ ต้องคำนึงถึงปัจจัยหลายอย่าง อาทิ การปูพื้นฐานความรู้ทางทฤษฎีเป็นเรื่องที่สำคัญ เพราะนักศึกษาที่พึ่งจบจากมัธยมศึกษาเกือบทั้งหมดไม่เคยได้เรียนรู้เกี่ยวกับทฤษฎีต่างๆ อย่างจริงจังมาก่อน
การจะเป็นนักออกแบบที่ดีได้ต้องมีอาวุธครบมือ รู้จักทฤษฎีต่างๆ เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในภาคปฏิบัติ อีกทั้งในบางสาขาเช่น สถาปัตยกรรมนั้น ต้องคำนึงถึงเรื่องการสอบใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดสำคัญของทั้งอาจารย์ผู้สอน และนักเรียนนักศึกษาสาขาสถาปัตยกรรม
ปัจจุบันนักศึกษาที่จบจำนวนมากขาด “ความเข้าใจโลก” หรือขาดทักษะและความเข้าใจในการทำงานจริงด้านต่างๆ อาทิ ความต้องการของตลาดโลก กระบวนการทำงานจริง ทักษะทางสังคมและการเชื่อมโยง ทำให้ช่วงรอยต่อหลังสำเร็จการศึกษาอาจทำให้บัณฑิตท้อถอยในสายอาชีพนี้
เนื่องจากไม่สามารถนำความรู้ที่ได้จากการเรียนมาเริ่มต้นใช้ในการทำงาน ซึ่งบริษัทและผู้ประกอบการต่างๆด้านการออกแบบ จะเป็นตัวแปรสำคัญในการแนะนำและเปิดโลกทัศน์ให้กับบัณฑิตเหล่านั้น ได้สั่งสมประสบการณ์ และความรู้นอกห้องเรียน ตลอดจนสร้างเครือข่าย (Connection) ต่างๆ เพื่อการสร้างสรรค์และต่อยอดงานออกแบบต่อไป
ทั้งนี้ ในโลกยุคปัจจุบัน นักออกแบบต้องมีความเป็น “นักออกแบบเชิงสัมพันธ์” (Relational Designer) โดยต้องมีทักษะ 5 ประการสำคัญ เพื่อสามารถทำหน้าที่ของตนได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ได้แก่
1. ทักษะผู้ประกอบการ (Entrepreneur) นักออกแบบต้องมีทักษะการเริ่มต้นธุรกิจ โดยอาจใช้แนวความคิดเดียวกับการทำสตาร์ทอัพ เพื่อให้สามารถเริ่มต้นโปรเจกต์ที่ออกแบบไว้ให้สามารถเกิดขึ้นจริงได้ คือ เริ่มต้นด้วยเงินทุนส่วนหนึ่งเพื่อสร้างงานต้นแบบ (Prototype) ใช้ประกอบนำเสนอแก่นักลงทุนในฐานะลูกค้า ให้สามารถเห็นภาพตามที่ออกแบบไว้
2. ทักษะผู้อำนวยความสะดวก (Facilitator) นักออกแบบต้องอำนวยความสะดวกให้กับนักลงทุน และวิศวกร เช่น การให้ข้อมูลเกี่ยวกับโปรแกรมหรือนวัตกรรมใหม่ๆ ที่ใช้ในการทำงานกับผู้ปฏิบัติงาน เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานเข้าใจถึงขั้นตอนและมองเห็นเป้าหมายในการทำงานตรงกันกับที่ออกแบบไว้
3. ทักษะผู้ตัดสินใจ (Decision Maker) นักออกแบบต้องมีศักยภาพในการตัดสินใจ สามารถเป็นผู้นำในเรื่องการตัดสินใจให้กับทีมได้ เพราะนักออกแบบเป็นผู้ที่เห็นภาพและเข้าใจรายละเอียดทั้งหมดของโปรเจกต์ โดยการตัดสินใจต้องมาพร้อมกับการรับผิดชอบและการหาทางแก้ไขหากมีข้อผิดพลาด
4. ทักษะนักสื่อสาร (Communicator) นักออกแบบต้องมีทักษะการสื่อสารขั้นสูงอย่างมีประสิทธิภาพ สามารถสื่อสารให้กับนักลงทุน และผู้ปฏิบัติงานทุกฝ่ายสามารถเข้าใจ และเห็นภาพรวมและรายละเอียดของโปรเจกต์เป็นไปตามที่ออกแบบไว้
5. ทักษะผู้เร่งปฏิกิริยา (Catalyst) นักออกแบบต้องสามารถ built ได้ ทำให้นักลงทุนและผู้ปฏิบัติงานทุกคนเห็นถึงประสิทธิภาพของงานออกแบบ เพื่อให้โปรเจกต์ประสบความสำเร็จได้ด้วยความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ตรงตามที่ออกแบบไว้
สอดคล้องกับ นายอภิสิทธิ์ ไล่สัตรูไกล ผู้อำนวยการศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (TCDC) ที่กล่าวว่า การจะพัฒนายกระดับอุตสาหกรรมการออกแบบของประเทศนั้น หัวใจสำคัญอยู่ที่การพัฒนาบุคลากร ให้สามารถสร้างสรรค์ชิ้นงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตอบโจทย์ผู้บริโภคและเท่าทันกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลก TCDC จึงสนับสนุนผ่านโครงการต่างๆ อาทิ “โครงการกระจายโอกาสสร้างแหล่งเรียนรู้ด้านการออกแบบสู่ภูมิภาค” โดยมุ่งเน้นให้นักศึกษาด้านการออกแบบทั่วประเทศไทย สามารถเข้าถึงฐานข้อมูลต่างๆ ที่สำคัญสำหรับการออกแบบ ซึ่งปัจจุบันมีสถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษาเข้าร่วมโครงการถึง 15 แห่ง