การจะดำเนินรอยตามแนวพระราชดำริของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระมหากษัตริย์นักคิดและนักพัฒนาได้นั้น ผู้ประกอบการและนักออกแบบ ต้องให้ความสำคัญกับการพัฒนา “ความคิดสร้างสรรค์” ให้สอดรับกับกระแสยุคปัจจุบันเพื่อแปรเปลี่ยนมูลค่า โดยไม่ลืมรากฐานความเป็นไทยที่มีความได้เปรียบเป็นทุนเดิม ซึ่งจะเป็นหนึ่งในทางออกที่จะขับเคลื่อนประเทศชาติได้อย่างยั่งยืน
จารุพัชร อาชวะสมิต นักออกแบบและพัฒนาสิ่งทอ หนึ่งในผู้ที่น้อมนำพระราชดำริของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เป็นแรงบันดาลใจในการผลิตชิ้นงาน กล่าวว่าความมุ่งมั่นในการพัฒนา ธุรกิจ การออกแบบสิ่งทอของประเทศไทย เริ่มต้นขึ้นเมื่อครั้งได้รับโอกาสในการทำงาน เป็นที่ปรึกษาด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์ให้กับมูลนิธิชัยพัฒนา เพราะได้สัมผัสกับมุมมองของความยั่งยืน ในการพัฒนาประเทศจากโครงการในพระราชดำริ ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 อย่างมากมาย โดยเฉพาะการได้เรียนรู้ถึงความเป็นนักพัฒนา ที่ไม่มีวันหยุดของพระองค์ท่าน จึงตั้งมั่นว่าจะต้องใช้ความรู้ความสามารถและประสบการณ์ ด้านการออกแบบสิ่งทอของตนเอง มาร่วมเป็นกำลังในการพัฒนาประเทศ โดยเฉพาะด้านงานหัตถกรรม โดยการสนับสนุนการสร้างมูลค่าเพิ่ม ให้กับผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นของไทย อันจะนำไปสู่การสร้างงานและการกระจายรายได้ อย่างยั่งยืนสู่ชุมชนตามรอยพระราชดำริ
เธอบอกว่า การปรับตัวให้สอดรับกับกระแสของโลก ที่มีความเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาและรวดเร็ว โดยยังคงตัวตนของท้องถิ่นไว้ เป็นสิ่งที่สำคัญมากสำหรับการพัฒนางานหัตถกรรมสิ่งทอ เช่นผลงานที่ได้พัฒนาขึ้นโดยการทอผ้าจากโลหะ ซึ่งมาจากไอเดียการใช้วัสดุ ที่ก้าวข้ามความเชื่อเดิมๆ ก้าวข้ามการผลิตและการใช้งานเดิมๆ และโลหะเป็นวัตถุดิบที่ความแข็งแกร่ง แต่สามารถดึงให้กลายเป็นเส้นที่นิ่มนวลและเล็กได้ในระดับไมครอน มีความหรูหรามันวาว แต่สามารถผ่านกรรมวิธีการทำให้เป็นคราบ (patina) ให้ดูเก่าและดิบได้ และเป็นวัสดุที่มีระบบธุรกิจทั้งมหภาคและจุลภาครองรับการรีไซเคิลอย่างกว้างขวาง
จารุพัชร มีความเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่า หากผู้ประกอบการและนักออกแบบไทย มุ่งมั่นในการพัฒนาตนเองไม่หยุดอยู่กับที่ เปิดใจรับนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ทันสมัยต่างๆ นำมาปรับใช้ให้เกิดประโยชน์ในการเพิ่มมูลค่าเข้าสู่ผลิตภัณฑ์ จะสามารถเปลี่ยนมันสมองและภูมิปัญญาไทย ให้กลายเป็นจุดเด่นและเป็นที่ยอมรับ ในสายตาคนทั่วโลกได้
ทั้งนี้ ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (TCDC) ได้จัดทำนิทรรศการ “Baht & Brain” เพื่อนำเสนอตัวอย่างความสำเร็จของผู้ประกอบการ 5 กลุ่มธุรกิจที่สามารถนำความคิดสร้างสรรค์ มาสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าและบริการได้ ได้แก่
1. กลุ่มเกษตรและอาหาร (Agriculture and Food) ประเทศไทยมีชื่อเสียงด้านการเกษตรและอาหารติดอันดับต้นของโลก เมื่ออาศัยความได้เปรียบด้านภูมิประเทศและภูมิอากาศเป็นทุนเดิม และทำการเพิ่มเติมนวัตกรรมเทคโนโลยีดิจิทัลที่ทันสมัย จะทำให้ผลิตภัณฑ์และบริการมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทำให้ประเทศไทยสามารถทยานสู่การเป็นที่ 1 ในธุรกิจเกษตรและอาหาร และกลายเป็น “แหล่งอาหารของโลก” จากผลผลิตท้องถิ่นที่มีมูลค่าและเป็นที่ต้องการระดับโลก ตัวอย่างของความคิดสร้างสรรค์ ประยุกต์ใช้กับกลุ่มธุรกิจนี้และประสบผลสำเร็จ คือ “สมาร์ทฟาร์ม” ระบบเทคโนโลยีวิเคราะห์สภาพภูมิอากาศและอุตุนิยมวิทยา เพื่อกำหนดรูปแบบการเพาะปลูกที่เน้นเพิ่มผลผลิต และประหยัดทรัพยากรไปในเวลาเดียวกัน
2. กลุ่มหัตถกรรม (Craft) หนึ่งในธุรกิจที่เกิดขึ้นจากศิลปวัฒนธรรมไทยที่กลายเป็นที่รู้จักระดับโลก โดยธุรกิจงานฝีมือและหัตถกรรม เป็นแหล่งรวมของแรงงานสร้างสรรค์ที่มีมากกว่า 323,000 คนทั่วประเทศ ฉะนั้นการนำนวัตกรรมเทคโนโลยี เข้ามาช่วยลดข้อจำกัดในการผลิตงานฝีมือ ทั้งในด้านการเพิ่มปริมาณการผลิต และสร้างความเป็นไปได้ ในการสร้างสรรค์ผลงานใหม่ๆ ที่จะต่อยอดงานหัตถกรรมแบบดั้งเดิมให้ทันสมัย ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้ในปัจจุบันมากขึ้น และมีมูลค่าสูงขึ้นตามลำดับ ตัวอย่างความสำเร็จของนักออกแบบในกลุ่มนี้ อาทิ การผลิตผ้าทอจากเส้นใยสแตนเลส ที่นำเสนอความแปลกใหม่ และสามารถนำไปใช้ต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ อาทิ เสื้อผ้าดีไซน์แปลกใหม่ กระเป๋าถือป้องกันคลื่นรบกวน และวัสดุบุผนังป้องกันคลื่นรบกวน
3. กลุ่มบริการ (Service) กลุ่มธุรกิจบริการโดยเฉพาะการท่องเที่ยว เป็นหนึ่งในรายได้หลักของประเทศ และประเทศไทยเป็นยังได้รับเลือกให้เป็น “เป้าหมายของการท่องเที่ยวระดับโลก” (World’s top travel destination) หากสามารถประยุกต์แนวคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆ ให้ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวในยุคปัจจุบัน และใช้เทคโนโลยีเป็นตัวอำนวยความสะดวกให้กับกลุ่มเป้าหมายที่กระจายอยู่ทั่วโลก จะทำให้เกิดรายได้จากธุรกิจนี้เพิ่มขึ้นอย่างทวีคูณ ตัวอย่างความสำเร็จ คือ แพลตฟอร์มทัวร์ชุมชน ที่เน้นวิเคราะห์ความต้องการของนักท่องเที่ยวในแต่ละกลุ่ม และประสานงานกับชุมชนท้องถิ่นเพื่อให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสกับ ความเป็นไทยอย่างแท้จริง ด้วยความสะดวกและสบายไปในขณะเดียวกัน
4. กลุ่มไลฟ์สไตล์ (Lifestyle) หนึ่งในธุรกิจใหม่ที่สร้างรายได้ และสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทย ผ่านการถ่ายทอดวัฒนธรรมและวิถีความเป็นไทย สู่กิจกรรมบันเทิงต่าง ๆ อาทิ การแสดงดนตรี ภาพยนตร์และแอนนิเมชั่น และรายการเกมโชว์ สู่สายตาผู้ชมทั่วโลก ใช้ประโยชน์ของเทคโนโลยี ที่เชื่อมโยงโลกให้สามารถเข้าถึงสารจากทั่วทุกมุมโลก กระจายกลิ่นอายความเป็นไทย และเปลี่ยนเป็นมูลค่าเข้าประเทศอย่างต่อเนื่องตัวอย่างสำเร็จในกลุ่มอุตสาหกรรมนี้ อาทิ การขายลิขสิทธิ์รายการเกมโชว์ วงดนตรีหมอลำที่สร้างชื่อเสียงระดับโลก เดอะพาราไดซ์บางกอก (The Paradise Bangkok Molam International Band) และภาพยนตร์แอนนิเมชั่นที่ประสบความสำเร็จในเวทีนานาชาติจาก The Monk Studios
5. กลุ่มกีฬา (Sport) กีฬาไทยที่มีชื่อเสียงระดับโลกอย่าง “มวยไทย” เป็นที่รู้จักและได้รับความสนใจจากคนทั่วโลก
มีค่ายฝึกที่ขึ้นทะเบียนกับสภามวยโลกกระจายอยู่ใน 128 ประเทศทั่วโลก แต่ปัญหาหลักคือหลักสูตรขาดมาตรฐาน สภามวยไทยโลก จึงได้แต่งตั้งคณะทำงานมวยไทยไอกล้าขึ้นเพื่อจัดทำหลักสูตรออนไลน์ (iGLA Muaythai Animation Education System - iMAES) เพื่อให้มวยไทย กลายเป็น “ทรัพย์สินทางปัญญาประจำชาติ” ที่ถ่ายทอดผ่าน หลักสูตรการสอนที่ได้มาตรฐานแบบออนไลน์ แอนนิเมชั่น และเกม ที่เป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับวัฒนธรรมที่มีชื่อเสียงของชาติ
ได้อย่างมีประสิทธิภาพ