วันนี้ (12 ม.ค.60) ผู้สื่อข่าวเดินทางไปโรงเรียนนครสวรรค์ อ.เมือง จ.นครสวรรค์ ซึ่งเป็นโรงเรียนสอนระดับชั้น ม. 1-6 ซึ่งเคยสร้างความฮือฮาระดับประเทศเมื่อกลางปีที่แล้ว เมื่อเด็กนักเรียนชั้น ม. 6 ในสังกัด สามารถสอบติดคณะแพทย์และทันตแพทย์ศาสตร์มหาวิทยาลัยต่างๆ ทั่วประเทศกว่า 88 คน ส่วนในครั้งนี้ มีรายงานว่า เด็กนักเรียนชั้น ม.6 ของโรงเรียนดังกล่าว สามารถความฮือฮาและสร้างชื่อเสียงให้กับสถาบันอีกครั้ง เนื่องจากผลสอบข้อเขียนโควต้ามหาวิทยาลัย ประจำปี 2559 สามารถสอบรับตรงและโควตามหาวิทยาลัยต่างๆ หลายแห่ง มากกว่า 400 คน โดยในจำนวนนี้ มีนักเรียนสอบผ่านข้อเขียนของคณะแพทย์ศาสตร์และทันตแพทย์ศาสตร์ ได้ถึง 61 คนอีกด้วย
นายธีระพงษ์ อ่อนฤทธิ์ รอง ผู้อำนวยการโรงเรียนนครสวรรค์ เปิดเผยว่า จากการสอบรับตรงและโควต้ามหาวิทยาลัยต่างๆหลายแห่ง เช่น มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยนเรศวร มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยบูรพา มหาวิทยาลัยมหิดล (ศิริราช รามาธิบดี) ซึ่งมีนักเรียนโรงเรียนนครสวรรค์สอบเข้าศึกษาต่อจำนวนมากนั้น ปรากฏว่า มีผลที่รวบรวมได้ล่าสุด ณ วันที่ 11 มกราคม 2560 ที่ผ่านมา มีนักเรียนระดับชั้น ม.6 ในสังกัด สามารถสอบผ่านข้อเขียนในระบบโควตา มหาวิทยาลัยได้แล้ว 498 ที่นั่ง เช่น มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 147 ที่นั่ง มหาวิทยาลัยนเรศวร 201 ที่นั่ง มหาวิทยาลัยพะเยา 48 ที่นั่ง มหาวิทยาลัยพายัพ 2 ที่นั่ง มหาวิทยาลัยนอร์ทเชียงใหม่ 2 ที่นั่ง มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 4 ที่นั่ง มหาวิทยาลัยขอนแก่น 13 ที่นั่ง มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย 5 ที่นั่ง มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง 26 ที่นั่ง มหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงราย 1 ที่นั่ง มหาวิทยาลัยหัวเฉียวฯ 8 ที่นั่ง มหาวิทยาลัยแม่โจ้ 21 ที่นั่ง มหาวิทยาลัยศรีปทุม 6 ที่นั่ง ซึ่งในจำนวนนี้ สามารถสอบผ่านข้อเขียนของคณะแพทย์ศาสตร์และทันตแพทย์ศาสตร์ ทั้งหมด 61 ที่นั่ง และในคณะอื่นๆ เช่น เภสัชศาสตร์ ทันตแพทยศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ โดยยังมีอีกหลายสถาบันที่กำลังอยู่ในระหว่างการรวบรวม คาดว่า จะมีนักเรียนสอบได้อีกหลายที่นั่ง
ทั้งนี้ จากการสอบถามกลุ่มนักเรียนชั้น ม.6/1 ซึ่งมีนักเรียนสอบติดคณะแพทย์ศาสตร์และทันตแพทย์ศาสตร์มากที่สุดถึง 40 คน และในจำนวนนี้สอบได้ถึง 3 มหาวิทยาลัยในรอบเดียว เปิดเผยถึงเคล็ดลับการเรียนว่า ตั้งแต่เริ่มเรียนชั้น ม.5 ทุกคนในห้องก็จะเน้นหนักไปกับการเรียนพิเศษเพิ่มมากขึ้น ควบคู่กับการนำตำราที่เรียนทั้งวิชาวิทยาศาสตร์ ฟิสิก เคมี มานั่งอ่าน และทบทวนความเข้าใจทุกวันๆ ละ 2 ชั่วโมงอย่างต่ำก่อนนอน โดยทำแบบนี้เรื่อยมาจนเรียนถึงชั้น ม.6 และเตรียมตัวสอบ ส่วนในระหว่างเรียนที่โรงเรียน ก็จะพยายามจดความใส่สมุดโน๊ตเอาไว้ พร้อมกับหาความรู้ใหม่ๆ ที่ได้จากห้องสมุด และตามสื่ออินเทอร์เน็ตมาเพิ่มพูนสมองให้ได้มากที่สุดด้วย จนในที่สุด ก็สามารถสอบติดคณะแพทย์ศาสตร์และทันตแพทย์ศาสตร์ได้ยกห้องเรียน ซึ่งรู้สึกภูมิใจเป็นอย่างมาก