ผู้อพยพที่หนีความโหดร้ายจากสงครามและความอดอยากเข้ามายังประเทศเยอรมนี หลายคนได้เริ่มชีวิตใหม่ เพราะรัฐบาลเยอรมนีให้ความช่วยเหลือทั้งการให้ที่พักอาศัย อาหาร รวมถึงเงินช่วยเหลือในแต่ละเดือนประมาณ 25,000 บาท
เราได้ติดตามดูความเป็นอยู่และชีวิตของโมฮัมหมัด อัล คาซาส 1 ในผู้อพยพจากซีเรีย เขาโชคดีที่ได้รับที่อยู่ถาวรจากรัฐบาล ทำให้ครอบครัวของเขาที่อยู่ที่ค่ายผู้ลี้ภัยในเลบานอนสามารถตามมาสมทบกับเขาได้ ลูกๆทั้งสามคนกำลังเริ่มปรับตัวให้เข้ากับบ้านใหม่ เมื่อเปิดเทอม เด็กทุกคนจะได้รับสิทธิเข้าโรงเรียนเหมือนกับเด็กเยอรมันคนอื่นๆ
โมฮัมหมัดต้องเรียนรู้ภาษาเยอรมัน ด้วยความมุ่งมั่นฝึกฝน ทำให้เขาสามารถพูดมันได้ในระดับที่ค่อนข้างดี การรู้ภาษาเยอรมันไม่เพียงเฉพาะเป็นข้อบังคับถ้าหากต้องการตั้งถิ่นฐานแบบถาวร แต่ในอีกทางหนึ่งนั้น มันถูกใช้ให้เป็นเครื่องมือพื้นฐานในการหลอมรวมผู้อพยพให้กลมกลืนเป็นส่วนหนึ่งของสังคมที่นี่
แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะโชคดีเหมือนโมฮัมหมัด ผู้อพยพบางส่วนกำลังจะถูกส่งกลับประเทศ เนื่องจากจำนวนคลื่นผู้อพยพที่เข้ามายังเยอรมนีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ส่งผลให้เกิดกระแสคัดค้านจากประชาชนมากขึ้น
นอกจากนี้นโยบายการรับผู้อพยพยังได้สร้างแรงสั่นสะเทือนทางการเมืองด้วยเช่นกัน ในการเลือกตั้งท้องถิ่นเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา พรรคอนุรักษ์นิยมของนายกรัฐมนตรีแมร์เคิล แพ้ในการเลือกตั้งในสามรัฐให้กับพรรคทางเลือกใหม่เยอรมัน AFD ที่มีนโยบายไม่เอาผู้อพยพชัดเจน
ความไม่พอใจเธอยังเกิดในพรรคร่วมรัฐบาลด้วย ทำให้นายกรัฐมนตรีแมร์เคิลต้องปรับเปลี่ยนท่าที ด้วยการออกมาประกาศจำกัดจำนวนผู้อพยพที่จะเข้าประเทศ
หนึ่งในสมาชิกพรรคร่วมรัฐบาลให้ความเห็นกับเราว่าสิ่งที่รัฐบาลออกมาประกาศอาจสายเกินไป นโยบายเปิดรับผู้อพยพจะทำให้พรรครัฐบาลสูญเสียที่นั่งในการเลือกตั้งเดือนกันยายนนี้ในจำนวนที่มีนัยยะสำคัญอย่างแน่นอน