ตามที่สื่อท้องถิ่นในประเทศญี่ปุ่นรายงานเมื่อวันที่ 24 ม.ค. 60 ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจเมืองเกียวโตได้เข้าควบคุมตัวชายไทยต้องสงสัยเป็นผู้ขโมยภาพวาด 3 ภาพมูลค่า 15,000 เยน หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 4,800 บาท ที่ติดอยู่ในโรงแรม หลังจากพนักงานโรงแรมดังกล่าวพบว่ามีภาพวาดที่ตกแต่งอยู่บริเวณชั้น 9-10 ได้หายไป จึงได้เข้าแจ้งความ โดยการตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบชายไทยผู้ต้องสงสัยที่เข้าพักในโรงแรม เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงขอตรวจค้นกระเป๋าระหว่างการเช็คเอ้าท์ออกจากโรงแรมจึงพบภาพวาดดังกล่าว และจากการสอบสวน เบื้องต้นคนไทยดังกล่าวระบุว่าทำงานอยู่ที่กระทรวงพาณิชย์ของประเทศไทย ภายหลังทราบว่ามีตำแหน่งเป็นรองอธิบดี โดยขณะนี้อยู่ระหว่างถูกดำเนินคดีนั้น
ความคืบหน้าล่าสุด ขณะนี้นางสาววิบูลย์ลักษณ์ ร่วมรักษ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ สั่งการให้ทูตพาณิชย์ในญี่ปุ่น ไปติดตามและตรวจสอบข้อเท็จจริง และประสานขอข้อเท็จจริงกับสถานทูตไทยในญี่ปุ่น อย่างไรก็ตามจะดำเนินการอย่างไร ต้องรอข้อเท็จจริง และการชี้แจงจากรองอธิบดีกรมฯที่ถูกกล่าวก่อน ซึ่งตอนนี้ยังไม่สามารถติดต่อได้
ทั้งนี้รองอธิบดีคนดังกล่าวเดินทางไปประชุมเรื่องสิทธิบัตรกับรัฐบาลญี่ปุ่น และทางสถานกงศุลไทยที่โอซากา โดยสำนักงานพาณิชย์ ณ เมืองโอซากา ประสานอยู่ และตอนนี้อยู่ในขบวนการทางกฏหมายของญี่ปุ่นคงได้ทราบข้อเท็จจริง เมื่อเดินทางกลับมาไทย
กระทรวงต่างประเทศ ยอมรับว่าได้รับทราบรายงานจากสถานทูตไทยประจำกรุงโตเกียว กรณีที่รองอธิบดีของกระทรวงพาณิชย์ ถูกจับที่ญี่ปุ่นฐานขโมยภาพวาดของโรงแรมแล้ว และกำลังเตรียมที่จะแถลงความคืบหน้าในการประสานกับทางการญี่ปุ่นถึงการดำเนินคดีดังกล่าวภายในวันนี้ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดใดๆเกี่ยวกับกรณีดังกล่าวได้ เนื่องจากอยู่ในระหว่างรวบรวมข้อมูลจากทางการญี่ปุ่น
นายอำนาจ โชติชัย อธิบดีอัยการสำนักงานต่างประเทศ เปิดเผยว่า ตามขั้นตอนจะต้องมีการประสานผ่านทางสถานทูตไทยที่ประจำอยู่ในประเทศญี่ปุ่น เพื่อจัดเจ้าหน้าที่ไปดูแลช่วยเหลือในเบื้องต้น ซึ่งคงต้องใช้ทนายความชาวญี่ปุ่นเพื่อช่วยเหลือในกระบวนการแก้ต่างทางคดี ทั้งนี้หากมีการประสานเข้ามาทางสำนักงานอัยการคดีต่างประเทศ ตนก็จะให้คำปรึกษาในขั้นตอนทางกฎหมายได้ แต่คงไม่มีอำนาจไปแก้ต่างคดีถึงประเทศญี่ปุ่นได้
ทั้งนี้มีรายงานว่าข้าราชการระดับสูงที่ถูกจับกุมในครั้งนี้ มีตำแหน่งรองอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา