อันดับที่ 101 ของไทย อยู่ในอันดับเดียวกับประเทศฟิลิปปินส์ ติมอร์-เลสเต ซึ่งจัดอยู่ในอันดับที่ 6 จาก 10 ประเทศในภูมิภาคอาเซียน รองจากสิงคโปร์ บรูไน มาเลเซีย อินโดนีเซีย
หากเปรียบเทียบกับผลการจัดอันดับดัชนีชี้วัดภาพลักษณ์คอร์รัปชั่น ประจำปี 2558 พบว่า อันดับไทยตกลง โดยในปี 2558 ไทยอยู่ในอันดับที่ 76 จาก 168 ประเทศทั่วโลก และเป็นอันดับที่ 3 ในกลุ่มประเทศอาเซียน รองจากสิงคโปร์และมาเลเซีย แต่ในปี 2559 อันดับไทยอยู่ที่ 101 และเป็นอันดับ 5 ในกลุ่มประเทศอาเซียน แต่ในปี 2559 นั้นบรูไนเพิ่งถูกบรรจุเข้ามาในการจัดทำรายงาน
สำหรับประเทศที่ได้คะแนนความโปร่งใสมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ เดนมาร์ก นิวซีแลนด์ ฟินแลนด์ สวีเดน และสวิตเซอร์แลนด์ ตามลำดับ ส่วน 3 อันดับสุดท้ายที่ได้คะแนนภาพลักษณ์คอร์รัปชั่นต่ำที่สุด ได้แก่ โซมาเลีย เซาท์ซูดาน และเกาหลีเหนือ
ในรายงานดัชนีวัดภาพลักษณ์คอร์รัปชั่นประจำปี 2559 ขององค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติฉบับนี้ได้ให้เหตุผลประกอบในกรณีของประเทศไทย โดยระบุถึงภาพรวมสถานการณ์คอร์รัปชั่นกับสถานการณ์ทางการเมือง อีกทั้งยังมีการตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ถึงแม้จะมุ่งเน้นการแก้ปัญหาคอร์รัปชั่น แต่รายงานอ้างว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ได้รับการถกเถียงอย่างเสรี รวมถึงฝ่ายที่คิดต่างถูกจับกุมดำเนินคดี และมีข้อจำกัดในการตรวจสอบการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญ
ซึ่งนายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) รู้สึกผิดหวังกับการประเมินครั้งนี้ แต่ก็จะนำมาข้อมูลทั้งหมดมาวิเคราะห์อีกครั้งว่าเกิดอะไรขึ้น
ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทรโอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวว่า ต้องไปดูในรายละเอียดว่าการชี้วัดเรื่องใดที่ทำให้คะแนนต่ำลง เรื่องใดที่คะแนนสูงขึ้น ดังนั้นต้องนำมาเฉลี่ยกัน เพราะประเทศไทยไม่ได้แย่ทุกเรื่อง และขอให้เชื่อว่าจะดีขึ้น เพราะบางเรื่องเกิดขึ้นในอดีต แต่ปัจจุบันนี้ตรวจสอบทุกเรื่อง.