ทั้งนี้ ในปี 59 ประเทศไทยมีมูลค่าการนำเข้าสินค้าประเภทเหล็กและเหล็กกล้าสูงถึง 575,830 ล้านบาท โดยปัจจุบันการแข่งขันของกลุ่มอุตสาหกรรมเหล็กต่างประเทศ ทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น ส่งผลกระทบต่อกลุ่มอุตสาหกรรมเหล็กและเหล็กกล้าภายในประเทศ ตลอดจนผู้บริโภคทั้งในภาคอุตสาหกรรม และภาคครัวเรือน ทำให้ต้องมีมาตรการขึ้นมารองรับ
"กรมศุลกากรในฐานะหน่วยงานที่กำกับดูแลการนำเข้า-ส่งออก และกลุ่มผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเหล็กในประเทศไทย จึงร่วมมือในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และข้อมูลข่าวสาร สนับสนุนและร่วมมือกันในการพัฒนาศักยภาพเกี่ยวกับการตรวจสอบสินค้าประเภทเหล็กและเหล็กกล้า ตลอดจนพัฒนาศักยภาพบุคลากร ให้เกิดทักษะความรู้ในด้านการวิเคราะห์ตรวจสอบสินค้านำเข้าประเภทผลิตภัณฑ์เหล็ก"
สำหรับการลงนามความร่วมมือครั้งนี้ จะแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และข้อมูลข่าวสาร สนับสนุนและร่วมมือกันในการพัฒนาศักยภาพเกี่ยวกับการตรวจสอบสินค้าประเภทเหล็กและเหล็กกล้า เพื่อประสานความร่วมมือ ส่งเสริมและผลักดันให้การจัดเก็บภาษีกรมศุลกากร มีประสิทธิภาพมากขึ้น เนื่องจากสินค้าเหล็กเป็นวัตถุดิบที่สำคัญ สำหรับการผลิตเครื่องจักร ยานพาหนะ โครงสร้างอาคารบ้านเรือน ตลอดจนเครื่องมือเครื่องใช้ต่าง ๆ