ชาวนาในพื้นที่หมู่ 6 บ้านใหม่ ตำบลรังนก อำเภอสามง่าม จังหวัดพิจิตร ที่เสี่ยงลงทุนปลูกข้าวนาปรัง จำใจปล่อยข้าวในพื้นที่ 3 ไร่ จากทั้งหมด 30 ไร่ ให้ยืนต้นตาย หลังระดับน้ำในบ่อเก็บน้ำที่นำมาใช้ทำนา เหลือไม่เพียงพอต่อการทำนาทั้งหมดได้ โดยพื้นที่ตำบลรังนกนี้เป็นพื้นที่นอกเขตชลประทาน เกษตรกรส่วนใหญ่ต้องเสี่ยงทำนาปรังทั้งที่เข้าหน้าแล้งก็เพราะไม่สามารถเพาะปลูกพืชชนิดอื่นได้ รวมถึงพืชใช้น้ำน้อยนั้นมีตลาดรองรับผลผลิตน้อย
ขณะที่ชาวบ้านคำนางรวย ตำบลคำน้ำแซบ อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี พากันออกมาขุดหาปูนาและหอยเชอรี่ ตามหนองน้ำสาธารณะขนาดเล็ก ที่เริ่มแห้งจากภัยแล้ง ชาวบ้านแต่ละคนสามารถหาปูนาและหอยเชอรี่ได้เฉลี่ยคนละ 5 – 10 กิโลกรัม และนำไปขายให้กับพ่อค้าคนกลางที่เข้ามารับซื้อส่งขายต่อกับให้ร้านส้มตำในตัวเมือง ในราคากิโลกรัมละ 30-50 บาท สร้างรายได้เสริมให้ครอบครัวในช่วงหน้าแล้งนี้
ส่วนที่เทศบาลตำบลพระยืน อำเภอพระยืน จังหวัดขอนแก่น นำถังบรรจุน้ำขนาด 1,000 และ 2,000 ลิตร ไปตั้งตามจุดบริการกว่า 60 จุด ใน 4 ชุมชน พร้อมทั้งนำรถบรรทุกน้ำเติมน้ำลงในถังวันละ 1 แสน ถึง 1 แสน 5 หมื่นลิตร เพื่อแจกจ่ายให้ชาวบ้าน กว่า 3,500 คน ในพื้นที่ ที่ประสบภัยแล้งซ้ำซากมานานกว่า 4 ปีแล้ว ขณะเดียวกันทางเทศบาลตำบลพระยืน และการประปาส่วนภูมิภาค ได้มีการจัดตั้งระบบการสูบน้ำจากลำน้ำชี ผ่านระบบท่อลงมาให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้งในพื้นที่ดังกล่าว โดยจะมีการส่งมอบและสูบน้ำเข้าพื้นที่ในวันที่ 19 กุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้