การสืบพยานในขั้นรื้อฟื้นคดี 3 วัน ตั้งแต่วันที่ 8-10 ก.พ.60 ของนางจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร เสร็จสิ้นกระบวนการสืบพยานตั้งแต่เวลาประมาณ 22.20 น. ของคืนวันที่ 10 ก.พ.60
นางจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร เปิดเผยความรู้สึกว่า ดีใจที่ได้ต่อสู้คดี แต่ไม่ขอพูดเรื่องการต่อสู้ เพราะได้พูดในชั้นศาลหมดแล้ว โดยระหว่างรอคำพิพากษาศาลฎีกา ยังมีความกังวลเรื่องความปลอดภัย จึงให้ศาลบันทึกไว้
นายพงศา ราตรี ทนายความจากศูนย์ลูกหนี้ฯ กระทรวงยุติธรรม ระบุว่า จะนำเรื่องไปประสานกระทรวงยุติธรรม เพื่อขอความคุ้มครองครูจอมทรัพย์
ศาลจังหวัดนครพนม สรุปว่า ให้คู่ความทั้ง 2 ฝ่าย ยื่นคำแถลงการณ์ปิดคดี คือ สรุปการเบิกความฝ่ายตัวเองภายใน30วัน จากนั้นศาลจะทำความเห็น ส่งไปให้สำนักงานอธิบดีผู้พิพากษาศาลภาค4 ตรวจสอบ แล้วส่งต่อไปยังศาลฎีกา เพื่อให้พิพากษาว่าจะยืนตามคำพิพากษาเดิม หรือกลับคำพิพากษาใหม่ เมื่อศาลฏีกาพิพากษาแล้ว จะส่งคำพิพากษากลับมายังศาลจังหวัดนครพนม และจะนัดคู่ความทั้ง 2 มาฟังคำพิพากษา ซึ่งอาจจะใช้เวลาไม่นาน เพราะเป็นคดีที่สังคมให้ความสนใจ
ส่วนข่าวลือ ที่บอกว่า นางจอมทรัพย์ ได้กลับเข้ารับราชการครูแล้ว มีคำยืนยันจาก นายเทวรัฐ โตไทยะ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสกลนคร เขต 1 ว่า ยังไม่มีมติรับนางจอมทรัพย์กลับเข้ารับราชการครู เพราะยังติดเงื่อนไขเรื่องใบประกอบวิชาชีพครูที่หมดอายุลง และอายุกลับเข้ารับราชการครูเกิน 50 ปี ทั้งนี้ในส่วนเรื่องของอายุเกิน 50 ปี สามารถยกเว้นได้หากบุคคลนั้นกลับเข้ามาทำประโยชน์ต่อการเรียนการสอนและพัฒนาการศึกษาตามความสามารถ จึงจะประสานไปยังครูจอมทรัพย์ ให้ต่อใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูไว้ก่อน และทำเรื่องกลับมาอีกครั้ง จากนั้นคณะกรรมการจะส่งเรื่องไปยังส่วนกลางพิจารณา
ภาพรวมการสืบพยานรื้อฟื้นคดีอาญา ตลอด 3 วันที่ผ่านมา ฝ่ายนางจอมทรัพย์ ได้เสนอประเด็นว่า รถกระบะ หมายเลขทะเบียน บค 56 สกลนคร ของนางจอมทรัพย์ ไม่ใช่รถคันที่ชนในที่เกิดเหตุ โดยอ้างอิงผลตรวจทางวิทยาศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี โตโยต้า และกรมการขนส่งทางบก แต่ไม่ได้นำตัว “นายสับ วาปี” ขึ้นเบิกความ แม้ว่าคำรับสารภาพของนายสับ ที่บอกว่าเป็นผู้กระทำความผิดเอง จะเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำห็สาลรับคำร้องขอรื้อฟื้นคดีอาญาก็ตาม
ส่วนฝ่ายตำรวจและอัยการ ต่อสู้ในประเด็นที่ต่างจากฝ่ายนางจอมทรัพย์อย่างสิ้นเชิง โดยเน้นไปที่การสืบพยานหลายปาก ที่ให้การว่า นายสับ วาปี ไม่ใช่คนร้ายตัวจริง ผ่านการอ้างอิงจากทนายว่า นายสับ ไม่ได้เป็นผู้ครอบครองรถในวันเกิดเหตุ และมีขบวนการว่าจ้างให้รับผิดแทนเข้ามาเกี่ยวข้อง ... โดยฝ่ายตำรวจและอัยการ เน้นประเด็นนี้ เพราะเป็นประเด็นหลัก ที่ศาลรับคำร้องขอรื้อฟื้นคดี
1