เจ้าหน้าที่นิวซีแลนด์สั่งปิดชายหาดแฟร์เวล สปิต ในย่านโกลเดน เบย์บนเกาะใต้ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการกำจัดซากวาฬเกยตื้นราว 300 ตัว ที่กำลังส่งกลิ่นเน่าเหม็น และบวมอืด
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่จะเร่งเจาะซากวาฬ เพื่อระบายก๊าซที่อยู่ในช่องท้องออก ป้องกันไม่ให้ซากระเบิด จากนั้น ก็จะขนย้ายซากทั้งหมดไปฝังกลบต่อไป ซึ่งกระบวนการทั้งหมดนี้ คาดว่าอาจต้องใช้เวลานานหลายเดือนกว่าจะเรียบร้อย
นับตั้งแต่ช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่กู้ภัยและอาสาสมัครพบวาฬลอยเกยตื้นตายแล้วเกือบ 700 ตัว และสามารถผลักดันกลับสู่ทะเลได้ 400 ตัว อย่างไรก็ตาม ยังมีการพบเห็นฝูงวาฬว่ายอยู่ไม่ห่างจากชายฝั่ง จึงมีความกังวลว่าพวกมันอาจกลับมาเกยตื้นได้อีก
การระเบิดของซากวาฬ เกิดจากแรงดันของก๊าซมีเทน ไฮโดรเจนซัลไฟด์ และแอมโมเนีย ที่สะสมอยู่ในตัววาฬ นับตั้งแต่อวัยวะภายในของมันเริ่มเน่าเปื่อย ซึ่งแท้จริงแล้วเป็นกระบวนการทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นกับซากศพทั่วๆไป เพียงแต่วาฬเป็นสัตว์ใหญ่ การระเบิดจึงรุนแรงกว่า และสังเกตเห็นได้ง่ายกว่า
นอกจากจะเป็นไปตามธรรมชาติแล้ว การระเบิดของซากวาฬ ยังมักถูกกระตุ้นโดยมนุษย์ ทั้งการเข้าไปสัมผัสกับซาก การเคลื่อนย้ายซากโดยเจ้าหน้าที่ และในบางครั้งก็เป็นอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น ระหว่างที่เจ้าหน้าที่พยายามเข้าไประเบิดซากทิ้ง หรือเจาะซากเพื่อระบายแก๊สออก
การระเบิดของซากวาฬแต่ละครั้ง อาจทำให้อวัยวะและชิ้นส่วนภายในกระเด็นไปได้ไกลหลายร้อยเมตร ขึ้นอยู่กับแรงดันภายใน