วันนี้ (16 ก.พ. 60) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แผนปฏิบัติการบุกค้นวัดพระธรรมกายในครั้งนี้แตกต่างจากครั้งที่ผ่านมา โดยใช้กฎหมายมาตรา 44 ควบคุมเป็นพื้นที่พิเศษ และยังใช้กำลังทหารเข้าร่วมปฏิบัติการด้วย ทำให้บรรยากาศที่วัดพระธรรมกายตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ทหารได้ตั้งด่านตรวจร่วมกับตำรวจ สภ.คลองหลวง โดยเน้นการตรวจอาวุธสงคราม ยาเสพติด และบุคคลต้องสงสัย บริเวณ 7 จุดสำคัญรอบวัด ขณะที่กลุ่มลูกศิษย์วัดพระธรรมกาย ได้ทยอยเดินทาง เข้าไปยังภายในวัดต่อเนื่องตลอดทั้งคืน
ต่อมาคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ได้ประกาศให้วัดพระธรรมกาย เป็นพื้นที่ควบคุมพิเศษ จากนั้นกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ได้รวมพลภายในกองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 1 ซึ่งเป็นศูนย์ควบคุมปฎิบัติการ โดยสนธิกำลังพลรวมทั้งสิ้น 24 กองร้อย หรือประมาณ 3,600 นาย และเจ้าหน้าที่คอยตั้งด่านตรวจสกัดบุคคลเข้าออกอย่างเข้มงวด
ขณะเดียวกันดีเอสไอได้เรียกประชุมชุดจู่โจมพิเศษ เพื่อสรุปแผนปฎิบัติการครั้งนี้ หลังจากที่ได้มีการวางแผนมาตลอด 1 เดือนที่ผ่านมา โดยมี พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล รองอธิบดีดีเอสไอ เป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์ทั้งหมด และชุดปฏิบัติการพิเศษถึง 20 ชุด ในการบุกเข้าจับกุมพระธัมมชโย อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย
ทั้งนี้เมื่อถึงเวลาที่ฟ้ารุ่งสาง ตำรวจและทหารได้เริ่มปฏิบัติการตรึงกำลังเข้าประชิดพื้นที่บริเวณประตู 5 ของวัดพระธรรมกาย เพื่อเข้ากระชับพื้นที่ แต่กลับถูกขัดขวางด้วยกลุ่มลูกศิษย์ธรรมกาย ที่อ้างว่ามาสวดมนต์นั่งสมาธิปฏิบัติธรรมหน้าประตู จนเกิดการเผชิญหน้ากันเล็กน้อย ทำให้ดีเอสไอต้องเข้าเจรจา โดยนำป้ายมาติดประกาศให้เป็นพื้นที่ควบคุมพิเศษ และประกาศหมายจับพระธัมมชโย พร้อมขอความร่วมมือห้ามลูกศิษย์เข้าไปในพื้นทีวัด ไม่เช่นนั้นอาจถูกดำเนินคดีฐานขัดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่ได้ ซึ่งปฏิบัติการครั้งนี้คงต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ว่าจะสามารถเข้าถึงตัวพระธัมมชโย และจับกุมมาดำเนินคดีได้หรือไม่