วันนี้ (16 ก.พ. 60) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การเจรจาระหว่างดีเอสไอ กับวัดธรรมกายล่าสุด มีคำยืนยันจากพระสนิทวงศ์ วุฒิวังโว ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร ว่าวัดพระธรรมกายจะเปิดทางให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นในช่วงบ่าย แต่ขอเจรจารูปแบบการค้น ส่วนการปิดทางเข้าวัดที่ประตู 5 และ 6 โดยสิ้นเชิงผ่านอำนาจตามมาตรา 44 ทำให้ขณะนี้ที่หน้าประตู มีศิษย์วัดพระธรรมกายมานั่งสมาธิพร้อมผ้าปิดหน้า
การสกัดมวลชนของเจ้าหน้าที่บริเวณถนนเลียบคลองแอน ฝั่งประตู 5 และ ประตู 6 ดูเหมือนว่าจะสำเร็จ แต่การเข้าไปในพื้นที่วัดพระธรรมกาย อาจจะไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะประตูทั้ง 2 ฝั่งถูกปิดตายจากคนภายในวัด ด้านเจ้าหน้าที่ก็สั่งห้ามลูกศิษย์หรือพระสงฆ์เข้าวัดตั้งแต่ช่วงเช้า ทำให้มีลูกศิษย์บางส่วนที่เข้าไปไม่ได้พากันออกมานั่งสมาธิ สวดมนต์ กลางถนนเลียบคบองแอนด์ ท่ามกลางการกำลังของตำรวจหลายกองร้อย
ตลอดช่วงเช้าบริเวณนี้ เจ้าหน้าที่ได้ผลัดเปลี่ยนกำลัง เพื่อกันไม่ให้คนนอกสามารถเข้าไปภายในวัด และไม่ให้ใช้รถสัญจรไปมาได้ ส่วนประตู 5 ประตู 6 ก็พบว่า พระสนิทวงศ์ วุฑฒิวังโส ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กรวัดพระธรรมกายเดินเข้าออกพร้อมทีมของวัดตลอดช่วงเช้า จนให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่า ได้เจรจาขอให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ นำกำลังเข้าค้นวัดในช่วงบ่าย หลังได้รับหนังสือเรื่องใช้ ม.44 เป็นพื้นที่ควบคุมพิเศษ พร้อมหมายค้น
พระสนิทวงศ์ เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ดีเอสไอแสดงรายชื่อพระสงฆ์ 14 รูป ให้ไปแสดงตัวที่สถานีตำรวจภูธรอำเภอคลองหลวง ขณะที่ฝ่ายวัดชี้แจงว่า ลูกศิษย์ที่มาวันนี้เกิดจากความเป็นห่วงที่ใช้ ม.44 กระชับพื้นที่ เป็นพื้นที่ควบคุมพิเศษ
ตั้งแต่ช่วงเช้าพบว่า ประตู 5 จุดนี้มีความเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก มีตาข่ายเหล็กแบบถาวร ขังทับด้วยตาข่ายสีเขียวล้อมรอบพื้นที่ตรงจุดที่มีลูกศิษย์สวดมนต์ ส่วนเจ้าหน้าที่ก็เริ่มนำเต๊นมาวางตั้งไว้ประจำการ เผชิญหน้ากันกับลูกศิษย์ แต่ยังคงคำนึงว่าห้ามเกิดการปะทะหรือความรุนแรง
อย่างไรก็ตามต้องติดตามสถานการณ์ในช่วงบ่ายวันนี้ ตามที่วัดพระธรรมกายอ้างว่า จะให้เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจค้น ว่าจะมีเงื่อนไขอย่างไรตามมาอีก แต่ปฏิบัติการครั้งนี้ เห็นได้ชัดว่าต่างจากปฏิบัติการ 2 ครั้งที่ผ่านมา ทั้งรูปแบบการจัดกำลัง การใช้อำนาจหน้าที่ รวมทั้งเห็นได้ชัดว่าวัดพระธรรมกาย จำเป็นต้องโอนอ่อนตามคำสั่ง หัวหน้า คสช.