ธง 5 สี นี้ มีชื่อเรียกว่า ธงฉัพพรรณรังสี เป็นธงที่ถูกระบุว่า เป็นสัญลักษณ์ของพระพุทธศาสนา และถือเป็น “เครื่องมือ” ชิ้นใหม่ ที่วัดพระธรรมการนำมาติดในพื้นที่ถนนเลียบคลองแอน เพื่อสื่อสารออกไปว่า พื้นที่วัด ซึ่งถูกประกาศเป็นพื้นที่ควบคุมพิเศษ ตามมาตรา 44 ของคำสั่งหัวหน้า คสช. เป็นพื้นที่ของศาสนาพุทธ
นี่เป็นยุทธวิธีทางการข่าวของวัดพระธรรมกาย ที่เห็นเด่นชัดตั้งแต่เมื่อวานนี้ ที่พยายามทำให้เห็นว่า มาตรการของรัฐบาล สร้างผลกระทบต่อศาสนา พร้อมโจมตีไปที่จุดอ่อน คือการใช้มาตรา 44 ซึ่งยากจะอธิบายตามหลักสากล เราจึงเห็นว่า สื่อของวัดพระธรรมกาย มีทั้งธงที่เป็นสัญลักษณ์สากล และข้อความที่มีทั้งภาษาไทย อังกฤษ และภาษาจีน หมายถึงมีเป้าหมายเพื่อสื่อสารในระดับสากล สังเกตได้จากการแถลงข่าวของพระสนิทวงศ์ เมื่อวานนี้ ที่มีฉากหลังเป็นป้ายเหล่านี้ รวมทั้งเนื้อหาในการแถลง
นั่นอาจเป็นเหตุผลที่ นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้สัมภาษณ์อย่างรุนแรง ถึงการดำเนินการกับพระธัมมชโย และวัดพระธรรมกาย โดยยืนยันไม่ยกเลิกมาตรา 44 จนกว่าจะได้ตัวพระธัมมชโย และโจมตีกลับไปที่จุดอ่อนของวัดพระธรรมกาย คือ ความผิดอาญา ในข้อหา “ฉ้อโกง”
อีกคนที่ให้ข่าวดุเดือดมาตั้งแต่เมื่อวาน คือผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ด้วยการบอกให้ พระธัมมชโย ออกมามอบตัว วันนี้ตอบโต้มวลชนของวัดพระธรรมกาย ที่ทยอยกันออกมาโวยวายว่าเดือดร้อนจากการควบคุมพื้นที่ของเจ้าหน้าที่ โดยเฉพาะแนวทางที่อาจจะตัดน้ำ ตัดไฟ โดยระบุว่า ที่เดือดร้อน เป็นเพราะมีผู้ต้องหา หลบหนีคดี ไม่ยอมมามอบตัว
ขณะที่ พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก แม้จะไม่ดุเดือดเท่าผู้นำรัฐบาล และผู้นำตำรวจ แต่ผู้นำกองทัพบก ก็มีวาจาที่แหลมคมเช่นกัน ด้วยการบอกว่า "หากทำแบบไม่คิดอะไรเลยก็ถือเป็นเรื่องง่าย แค่ใช้กำลังบุกเข้าไปก็จะมีการปะทะเสียเลือดเนื้อ บาดเจ็บเสียความรู้สึก เพราะเราเป็นคนไทยด้วยกัน อาจจะต้องใช้เวลาสักระยะหนึ่ง ให้พระและลูกศิษย์วัดที่อยู่ภายในวัดได้นั่งสวดมนต์ เมื่อมีสติก็จะมีปัญญา ก็จะรู้ว่าอะไรที่เป็นข้อเท็จจริง ทุกอย่างก็น่าจะคลี่คลายไปได้"
ปรากฏการณ์เผชิญหน้ากันระหว่างพระกับตำรวจเมื่อวานนี้ เกิดขึ้นหลังพระสงฆ์เดินออกมา เพื่อขอให้เจ้าหน้าที่เปิดทางที่ถนนเลียบคลองแอน หลังจากนั้นวัดพระธรรมกายออกมาแถลงว่า เปิดให้เข้าค้นวัดถึง 3 วันแล้ว ไม่พบพระธัมมชโย แต่เจ้าหน้าที่ยังไม่ถอนกำลัง จึงตั้งข้อสังเกตว่า ฝ่ายรัฐ อาจจะมีเป้าหมายที่การเข้ายึดวัดพระธรรมกายมากกว่า วันนี้ ดีเอสไอ ออกมาปฏิเสธสมมติฐานนี้
เห็นได้ชัดว่าตลอดทั้งวันที่ผ่านมา แนวทางการต่อสู้ทางการข่าวของวัดพระธรรมกาย ที่ใช้โจมตีรัฐบาลต่อเนื่องมาตั้งแต่เมื่อวาน ถูกตอบโต้กลับทุกประเด็นในวันนี้ โดยเฉพาะประเด็นที่วัดพระธรรมกาย ต้องการยกระดับไปสู่สากล เกี่ยวกับการกระทำต่อองค์กรทางศาสนา ซึ่งถูกตอบโต้จากรัฐบาลด้วยการตอกย้ำด้วยข้อหาทางคดีอาญา และการหลบหนีคดีของพระธัมมชโย
แต่ท่ามกลางสงครามการข่าวดุเดือด เต็มไปด้วยการเชือดเฉือนคารมในวันนี้ ข้อความที่ปรากฏบนเฟซบุ๊กของพระสนิทวงศ์ กลับดูเหมือนว่า อาจจะเป็นข้อความที่น่าสนใจที่สุดของวัน เมื่อผู้อำนายการฝ่ายสื่อสารองค์กรวัดพระธรรมกาย เขียนขึ้นมาโดยอ้างว่า
“มีข้อความปรากฏทางโลกออนไลน์ ว่าจะมีมือที่ 3 แฝงตัวเข้ามา โดยปลอมเป็นพระหรือประชาชน มาทำร้ายเจ้าหน้าที่รัฐแล้วโยนความผิดให้ฝ่ายวัดพระธรรมกาย จึงขอประกาศว่า วัดพระธรรมกายปฏิเสธความรุนแรง หากเกิดความรุนแรงขึ้น ขอปฏิเสธว่าไม่ใช่การกระทำของลูกศิษย์วัดพระธรรมกาย” .... ข้อความนี้ น่าสนใจ เพราะนับจากนี้ไป หากมีความรุนแรงเกิดขึ้นจริง ทางวัด ได้ปฏิเสธล่วงหน้าไว้แล้ว โดยอ้างว่า ไม่ใช่คนของวัด