รอยร้าวที่กระจายอยู่ทั่วบริเวณ และเกิดขึ้นกับโครงสร้างที่เป็นเสาหลักของบ้าน ประกอบกับพื้น ที่เริ่มปรากฎความลาดเอียงชัดเจน เป็นสัญญาณที่บ่งชี้ว่า ทาวเฮ้าส์ 2 ชั้นแห่งนี้ ไม่สามารถอยู่อาศัยได้อีกต่อไป
การลงพื้นที่ตรวจสอบวันนี้ของ วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ได้นำกล้องพิเศษที่มีความอ่อนไหวต่อการสั่นสะเทือนมาติดตั้ง เพื่อตรวจจับระดับการทรุดตัวของอาคาร แม้วิธีที่ใช้จะบอกสาเหตุการทรุดตัวไม่ได้ทันที แต่ก็เพียงพอที่จะประเมินความรุนแรงได้ว่า หากต้องการซ่อมแซมเพื่อให้อยู่อาศัยได้ จะต้องแก้ไขที่โครงสร้าง คือ การเสริมเสาเข็มเท่านั้น
สำหรับเหตุการณ์นี้ไม่เพียงสร้างความเดือดร้อนเฉพาะหน้าให้กับลูกบ้าน แต่ทุกคนที่อยู่อาศัยที่นี่ ยังเกิดความกังวล โดยเฉพาะความรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เกียรติศักดิ์ จันทรา รองอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง ได้ลงพื้นที่พูดคุยกับ กรรมการหมู่บ้าน ทราบว่า เจ้าของโครงการที่รับผิดชอบหมู่บ้านแห่งนี้ ล้มละลายไปแล้ว จึงยังไม่แน่ชัดว่า ในข้อกฎหมายใครจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบ เพราะข้อมูลเดิมที่เคยเกิดความเสียหายคล้ายกันในหมู่บ้านแห่งนี้ เมื่อปี 2551 เจ้าของโครงการจ่ายให้บ้านละ 5 แสนบาท
ส่วนสาเหตุการทรุดตัวที่แท้จริง วิศวกรรมสถานจะต้องรออีกอย่างน้อย 3 วัน เพื่อให้การทรุดตัวอยู่นิ่ง จากนั้นจะขุดฐานรากเพื่อตรวจสอบอย่างละเอียด
นิวัติ โหยหวล ถ่ายภาพ
วิทวัส ปาลอินทร์ รายงาน