เวลา 10.00 น. ที่สถานีตำรวจภูธรบางบัวทอง จ.นนทบุรี พ.ต.อ.ธรรศกร ก้อนทอง ผกก.บางบัวทอง ได้รับแจ้งจากผู้ก่อเหตุ อายุ 42 ปี ซึ่งได้ขับรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า อัลติส ทะเบียนกรุงเทพมหานคร นำร่างหญิงสาว อายุ 44 ปี มาจอดบริเวณหน้าโรงพักเพื่อขอเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ หลังลงมือทำร้ายร่างกายจนเสียชีวิต
จากการตรวจสอบภายในรถ พบร่างหญิงสาวนั่งอยู่บริเวณเบาะผู้โดยสารด้านหน้าซ้าย สภาพศพนอนหงายหน้า สวมเสื้อยืดสีเทาและกางเกงขาสั้น ใบหน้ามีรอยเขียวช้ำบวมปูดอย่างหนัก โดยเฉพาะบริเวณเบ้าตาขวา
ขณะที่ผู้ก่อเหตุยืนรอมอบตัวอยู่บริเวณหน้ารถ ท่ามกลางความตกใจของชาวบ้านที่รอแจ้งความอยู่บริเวณโรงพัก
ผู้ก่อเหตุ ให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า กับผู้เสียชีวิตคบหากันมาได้ประมาณ 1 ปี ก่อนเกิดเหตุมีปัญหาทะเลาะกันเรื่องชู้สาว เนื่องจากตนจับได้ว่าผู้เสียชีวิตแอบมีชู้กับชายขับรถจักรยานยนต์รับจ้าง ที่ทำงานอยู่ร่วมวินเดียวกัน โดยก่อนหน้านี้เคยมีปัญหาในลักษณะดังกล่าวมาแล้ว 2-3 ครั้ง
ผู้ก่อเหตุอ้างว่า วันเกิดเหตุระหว่างขับรถผ่านวินรถจักรยานยนต์รับจ้าง ได้เห็นผู้เสียชีวิตยืนหยอกล้อกับชายคนดังกล่าว จึงเกิดความสงสัยและขับรถติดตามภรรยาไปจนถึงโรงแรมม่านรูดแห่งหนึ่งย่านวัดลาดปลาดุก ก่อนที่ฝ่ายหญิงจะยอมรับว่าเคยมีความสัมพันธ์กับชายคนดังกล่าว 1 ครั้ง แต่ตนไม่เชื่อ เพราะมองว่าไม่น่าจะเกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว อีกทั้งตนเคยเตือนและขอให้เลิกยุ่งเกี่ยวกันแล้ว แต่ฝ่ายหญิงยืนยันมาตลอดว่าเป็นเพียงเพื่อนร่วมงาน ไม่มีความสัมพันธ์เชิงชู้สาว
ผู้ก่อเหตุ ระบุอีกว่า ระหว่างมีปากเสียงกันภายในห้องพัก ตนเกิดบันดาลโทสะและลงมือทำร้ายร่างกายผู้เสียชีวิตด้วยมือเปล่า โดยไม่ได้ใช้อาวุธ กระทั่งอีกฝ่ายเสียชีวิต ก่อนตัดสินใจขับรถพาศพมาที่โรงพักเพื่อมอบตัว พร้อมกล่าวขอโทษญาติของผู้เสียชีวิตกับสิ่งที่เกิดขึ้น
อย่างไรก็ตาม ระหว่างที่เจ้าหน้าที่กำลังดำเนินการอยู่บริเวณหน้าโรงพัก ได้มีหญิงสาวรายหนึ่งเดินทางมาพบทีมข่าว พร้อมอ้างตัวว่าเป็น “เมียหลวง” ของผู้ก่อเหตุ โดยเปิดเผยสั้น ๆ ว่า หลังจากผู้ก่อเหตุทะเลาะกับผู้เสียชีวิต ได้มีการโทรวิดีโอคอลมาหาตนและเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ก่อนที่ตนจะแนะนำให้เดินทางเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ สภ.บางบัวทอง เพื่อเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมาย
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างสอบปากคำผู้ก่อเหตุอย่างละเอียด พร้อมประสานเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานและแพทย์สถาบันนิติวิทยาศาสตร์เข้าตรวจสอบสภาพศพ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป