จากกรณีดรามา เมียหลวงบุกจับสามีซึ่งเป็นตำรวจ ซุกเมียน้อยในห้องพัก จนกลายเป็นคลิปไวรัลในโลกออนไลน์ และมีการพูดถึงในรายการดัง
ล่าสุด “คุณกวาง” เมียหลวง เปิดเผยภายหลังจบรายการว่า เหตุการณ์ในคลิปที่เผยแพร่นั้น เกิดขึ้นหลังจากที่ตนเคยจับได้ครั้งแรกเมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา โดยครั้งนั้นสามีได้ยอมรับความผิด และตกลงว่าจะเลิกยุ่งกับหญิงคนดังกล่าว ก่อนจะกลับไปใช้ชีวิตครอบครัวตามปกติ
อย่างไรก็ตาม แม้สามีจะกลับบ้าน แต่ก็ยอมรับว่ายังคิดถึงหญิงคนเดิม ทำให้ความสัมพันธ์ยังคงคาราคาซัง จนกระทั่งภายหลังเธอได้รับข้อมูลจากคนรู้จักว่า สามียังแอบไปพบหญิงคนดังกล่าวอยู่ จึงตัดสินใจติดตามไปจนพบทั้งคู่อยู่ด้วยกันในห้องพัก และเกิดเหตุการณ์บุกเข้าไปทวงสิทธิ์ในฐานะภรรยา ที่ถูกต้องตามกฎหมายตามที่ปรากฏในคลิป
คุณกวาง ระบุว่า เธอไม่เคยยินยอมให้สามีมีความสัมพันธ์กับหญิงอื่น และย้ำว่าหากฝ่ายชายต้องการไปคบหากับใคร ก็ควรจัดการสถานะกับครอบครัวให้เรียบร้อยก่อน ไม่ใช่แอบคบซ้อน ทั้งที่ยังมีทะเบียนสมรสและครอบครัวอยู่
หลังเกิดเหตุครั้งแรก สามีได้กลับบ้านกับเธอ แต่ฝ่ายหญิงคู่กรณียังยื่นคำขาดให้เลือก ทำให้ต่อมาทั้งสองยังแอบพบกันอีก จนเกิดเหตุการณ์ครั้งที่ 2 ที่เธอตามไปพบอีกครั้ง และมีทั้งตำรวจรวมถึงนิติบุคคลของอาคารเข้ามาเกี่ยวข้อง ก่อนที่หญิงคนดังกล่าวจะถูกให้ออกจากที่พัก
โดยในรายการโหนกระแส คุณกวางเปิดเผยว่า ได้ยื่นข้อเสนอ หากทั้งสองต้องการไปอยู่ด้วยกัน ให้จ่ายเงิน เดือนละ 30,000 บาท โดยแยกเป็นคนละ 15,000 บาท แต่เธอยืนยันว่าจะไม่ยอมหย่า โดยจะมีการจ้างทนายขึ้นมาและทำสัญญาให้เป็นเรื่องเป็นราว ซึ่งทางหญิงชู้ยอมรับเงื่อนไข พร้อมสวนกลับว่าไม่ติดเรื่องเงิน และจะขอรอดูสัญญา แต่ทางด้านสามีตนยังไม่ยอมรับเงื่อนไขดังกล่าว
เมียหลวงยังเปิดเผยว่า ปัจจุบันเธอได้ ยื่นฟ้องหญิงคู่กรณีในข้อหาเป็นชู้แล้ว เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา โดยระบุว่ามีหลักฐานหลายอย่าง ทั้งข้อความ การโอนเงิน และภาพการเดินทางท่องเที่ยวร่วมกัน ซึ่งพบในโทรศัพท์ของสามี รวมถึงมีการโอนเงินให้ฝ่ายหญิงประมาณ 15,000 บาท
สำหรับชีวิตครอบครัว เธอกับสามีจดทะเบียนสมรสมาแล้ว 10 ปี และมีลูกสาวอายุ 8 ขวบ โดยที่ผ่านมาไม่เคยมีปัญหาลักษณะนี้มาก่อน เพิ่งมาทราบเรื่องความสัมพันธ์ดังกล่าวเมื่อประมาณ 9 เดือนที่ผ่านมา
ขณะที่ แม่ของคุณกวาง เปิดเผยด้วยความไม่พอใจต่อพฤติกรรมของหญิงคู่กรณี พร้อมฝากเตือนว่า อย่ามาติดต่อกับสามีของลูกสาวอีก หากยังพยายามเข้ามายุ่งเกี่ยวกับครอบครัวของลูกสาวตนอีก ก็อาจต้องดำเนินการแจ้งความตามกฎหมาย
ทั้งนี้ คุณกวาง ยืนยันว่าหลังจากนี้ หากคดีดำเนินไปถึงชั้นศาลก็พร้อมเดินหน้าตามกระบวนการ โดยระบุว่า “อีพีต่อไปคงเป็นการไปเจอกันที่ศาล” พร้อมย้ำว่าการดำเนินการทั้งหมด เป็นการปกป้องสิทธิของภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายและครอบครัวของตนเอง