เมื่อวันที่ 25 ก.พ. ตำรวจสิงคโปร์ระบุในรายงานว่า มูลค่าความเสียหายจากการหลอกหลวงหรือสแกมเมอร์เพิ่มขึ้น 70.6% จาก 651.8 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ (ราว 16,400 ล้านบาท) ในปี 2023 มาอยู่ที่ 1,100 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ (กว่า 27,600 ล้านบาท) ในปี 2024 ขณะที่จำนวนคดีเพิ่มขึ้น 10.6 % เป็น 51,501 คดี
มูลค่าความเสียหายจากการหลอกลวงที่เกี่ยวกับสกุลเงินดิจิทัลหรือคริปโทเคอร์เรนซี คิดเป็นสัดส่วน 24.3%
ขณะที่การหลอกลวงเกี่ยวกับอีคอมเมิร์ซมีจำนวนคดีมากที่สุดคือ 11,665 คดี คิดเป็นมูลค่าความเสียหาย 17.5 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ (ราว 440 ล้านบาท)
คดีส่วนใหญ่มากกว่า 70% มีมูลค่าความเสียหายน้อยกว่า 5,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ (ราว 125,000 บาท) หมายความว่า มูลค่าความเสียหายที่เพิ่มขึ้นนี้หลักๆ มาจากคดีที่มีมูลค่าความเสียหายสูงจำนวนไม่กี่คดี โดยมีคดีใหญ่ 4 เคสที่มีมูลค่าความเสียหายรวมกันถึง 237.9 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ (เกือบ 6 พันล้านบาท)
ตำรวจสิงคโปร์ระบุว่า แม้ว่าผู้ตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพที่อายุ 65 ปีขึ้นไป จะมีสัดส่วนเพียง 8.4% แต่มูลค่าความเสียหายเฉลี่ยต่อคนถือว่าสูงที่สุดเมื่อเทียบกับกลุ่มอายุต่างๆ
ในจำนวนเงินที่สูญเสียไปทั้งหมด ตำรวจชุดต่อต้านการหลอกลวงสามารถติดตามคืนมาได้ 182 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ (ราว 4,500 ล้านบาท)
ทั้งนี้ เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา สิงคโปร์เพิ่งผ่านกฎมายใหม่ให้อำนาจตำรวจอายัดบัญชีธนาคารของผู้ที่อาจเป็นเหยื่อการหลอกลวงได้ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายเพิ่มขึ้น