เมื่อวันที่ 20 ก.พ. สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ ประกาศจะกำหนดค่าธรรมเนียมบริการและจอดเทียบท่าของเรือสินค้าที่สร้างขึ้นในจีน และใช้งานหรือเป็นขององค์กรหรือบุคคลสัญชาติจีน เป็นเงินตั้งแต่ 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 34 ล้านบาท) ขึ้นไป ต่อการใช้บริการท่าเรือในสหรัฐฯ 1 ครั้ง
สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ ระบุว่า มาตรการนี้มีขึ้นจากข้อกล่าวหาของสหภาพแรงงานหลายแห่งในสหรัฐฯ ที่ระบุว่า จีนกำลังบิดเบือนกลไกของอุตสาหกรรมการผลิตเรือสินค้าของโลก ด้วยการใช้นโยบายอุดหนุนอย่างไม่เป็นธรรมในอุตสาหกรรมการต่อเรือในประเทศ
รายงานของสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ ระบุว่า นโยบายของจีนเป็นการจำกัดการค้าของสหรัฐฯ ด้วยการตัดโอกาสทางธุรกิจและการลงทุนในอุตสหกรรมทางทะเล การขนส่งและการต่อเรือของสหรัฐฯ จำกัดการแข่งขันและทางเลือก สร้างความเสี่ยงทางเศรษฐกิจต่อส่วนที่มีความสำคัญกับเศรษฐกิจสหรัฐฯ และทำลายความมั่นคงด้านห่วงโซ่อุปทาน
รายงานที่จัดทำขึ้นในสมัยประธานาธิบดี โจ ไบเดน ชี้ว่า ในช่วง 25 ปีที่ผ่านมา จีนมีส่วนแบ่งในอุตสาหกรรมการต่อเรือของโลกเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว คือจาก 5% เมื่อปี 1999 เป็นมากกว่า 50% ในปี 2023
ข้อเสนอล่าสุดของสหรัฐฯ นี้เปิดให้มีประชาพิจารณ์จนถึงวันที่ 24 มี.ค. ก่อนที่ทางสำนักงานฯ จะประกาศการตัดสินใจว่าจะใช้มาตรการใหม่นี้หรือไม่
ในวันที่ 24 ก.พ. โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน หลิน เจี้ยน กล่าววิจารณ์นโยบายล่าสุดของสหรัฐฯ ว่ามีแรงจูงใจการเมือง และเป็นการละเมิดกฎเกณ์ขององค์การการค้าโลก (WTO) พร้อมเรียกร้องให้สหรัฐฯ ยุติการกระทำดังกล่าว