"บุ๋ม ปนัดดา" รอดคุกยาก? หลายข้อหาเสี่ยงโทษหนัก ประกันตัวไม่ช่วยยืดคดี

โดย PPTV Online

เผยแพร่

อัยการอาวุโสชี้ "บุ๋ม ปนัดดา" รอดคุกยาก หลายข้อหาเสี่ยงโทษหนัก ประกันตัวไม่ช่วยยืดคดี เชื่อว่ากรอบเวลา 84 วัน ตำรวจรวบรวมสำนวนทันแน่นอน

นายปรเมศวร์ อินทรชุมนุม อัยการอาวุโส สำนักงานการสอบสวน สำนักงานอัยการสูงสุด และนักวิชาการด้านกฎหมาย ให้สัมภาษณ์ทีมข่าว PPTV กรณีการจับกุมนางสาวปนัดดา วงศ์ผู้ดี หรือ "บุ๋ม ปนัดดา" และสามี โดยมองว่า การประกันตัวหรือไม่ประกันตัวมีผลเท่ากัน เพราะเมื่อเริ่มกระบวนการฝากขังแล้ว พนักงานสอบสวนจะต้องดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานภายในกรอบระยะเวลา 84 วัน ไม่ว่าจะถูกควบคุมตัวหรือได้รับการประกันตัวก็ตาม

ดังนั้น การที่ตำรวจจะทำสำนวนให้ทันกรอบระยะเวลา จึงไม่ได้เกี่ยวข้องกับการประกันตัวหรือไม่ประกันตัว

นายปรเมศวร์ อินทรชุมนุม อัยการอาวุโส สำนักงานการสอบสวน สำนักงานอัยการสูงสุด และนักวิชาการด้านกฎหมาย ช่างภาพพีพีทีวี
นายปรเมศวร์ อินทรชุมนุม อัยการอาวุโส สำนักงานการสอบสวน สำนักงานอัยการสูงสุด และนักวิชาการด้านกฎหมาย

โดยส่วนตัว นายปรเมศวร์เชื่อว่าตำรวจมีความพร้อมในการดำเนินคดี เพราะหากไม่มีความพร้อม คงไม่สามารถแถลงรายละเอียดเกี่ยวกับเส้นทางการเงินและทรัพย์สินออกมาได้อย่างชัดเจน

อีกทั้งการออกหมายจับจะต้องมีพยานหลักฐานตามสมควรที่น่าเชื่อว่ามีการกระทำความผิดจริง และหากดูการทำงานของตำรวจสอบสวนกลาง ยอมรับว่ามีความชัดเจน จากประสบการณ์ทำคดีมาจำนวนมาก

ทั้งนี้ หากใน 84 วัน ตำรวจยังรวบรวมสำนวนไม่เสร็จ ก็ต้องปล่อยตัวผู้ต้องหา แต่ว่าคดีนี้ยังมีข้อกล่าวหาอื่นที่สามารถดำเนินการต่อได้ เช่น คดีเกี่ยวกับมูลนิธิในประเด็นการไม่ลงบัญชี ซึ่งมีโทษจำคุกสูงสุด 7 ปี และปรับไม่เกิน 140,000 บาท

ข้อกล่าวหานี้ นอกจากผู้ต้องหาแถวแรก คือ "บุ๋ม ปนัดดา" แล้ว จะเข้าไปเกี่ยวข้องกับผู้ต้องหาแถว 2 คือกรรมการมูลนิธิ เนื่องจากประธานกรรมการหรือกรรมการทุกคนมีหน้าที่ต้องร่วมรับผิดชอบ หากมีการไม่ลงบัญชีหรือบันทึกบัญชีอันเป็นเท็จ ก็อาจต้องถูกดำเนินคดีในส่วนนี้เพิ่มเติมอีกครั้ง โดยการไม่ลงบัญชีมีโทษจำคุกสูงสุด 7 ปี และปรับไม่เกิน 140,000 บาท

โดยยกตัวอย่างกรณีเงินบริจาคจาก "หนุ่ม กรรชัย" หากพบว่าไม่มีการลงบัญชีอย่างถูกต้อง ก็อาจเข้าข่ายความผิดในส่วนนี้เช่นกัน ซึ่งเมื่อพิจารณารวมกับข้อกล่าวหาอื่น ๆ ก็อาจทำให้ผู้ต้องหาต้องเผชิญโทษจำคุกเป็นจำนวนหลายปี และยังสามารถถูกควบคุมตัวในคดีอื่นระหว่างเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของศาลได้

ส่วนประเด็นเส้นทางการเงิน กรณีที่นางสาวปนัดดาชี้แจงว่า เงินที่เข้ามาในบัญชีก็นำออกไปใช้จ่ายอยู่ตลอดเวลา และตำรวจจะมีวิธีแยกแยะอย่างไรระหว่างเงินจากมูลนิธิกับรายได้ส่วนตัวจากการเป็นพิธีกรและพรีเซนเตอร์ นายปรเมศวร์อธิบายว่า สามารถตรวจสอบรายได้ของนางสาวปนัดดาได้จากการยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภ.ง.ด.91

ซึ่งหากสรุปแล้วมีรายได้ปีละประมาณ 2,500,000 บาท ก็ต้องนำมาเปรียบเทียบกับจำนวนเงินที่เข้ามาในบัญชีส่วนตัวและบัญชีมูลนิธิ ซึ่งมีมูลค่ารวมประมาณ 800 ล้านบาท เพื่อให้เห็นความแตกต่างและตรวจสอบได้ว่าเงินที่เหลือเข้ามาจากช่องทางใด และถูกนำไปใช้จ่ายในเรื่องอะไร

ทั้งนี้ เมื่อฟังการแถลงของตำรวจเมื่อวานนี้ นายปรเมศวร์มองว่ารัดกุม และ "บุ๋ม ปนัดดา" รอดจากการติดคุกยาก เพราะมีหลายฐานความผิด

ส่วนที่ทีมทนายพยายามเบี่ยงให้เป็นประเด็นยักยอก ไม่ใช่ประเด็นฉ้อโกง ก็เป็นไปไม่ได้ เพราะยักยอกเป็นเรื่องของมูลนิธิกับประธานและกรรมการ แต่ตำรวจทำฉ้อโกงเพราะเป็นเรื่องของประธานมูลนิธิกับประชาชน รับเงินประชาชนมาแล้วจ่ายไม่ตรงปก จึงเข้าสู่ระบบฟอกเงิน

นอกจากนี้ ยังเข้าใจว่าปัจจุบันตำรวจมีการประสานงานกับอัยการตั้งแต่ระหว่างการทำคดี โดยเฉพาะคดีเศรษฐกิจหรือคดีที่มีความซับซ้อน ไม่ใช่ต่างคนต่างทำงาน จึงมองว่าคดีนี้ไม่น่าจะมีข้อบกพร่องในกระบวนการทำงานใด ๆ

ส่วนกรณีที่สังคมตั้งข้อสังเกตการสับเปลี่ยนของแบรนด์เนม เพื่อนำของปลอมมาให้ตำรวจยึดอายัด หรืออาจจะเป็นการใช้ของปลอมมาตั้งแต่แรกนั้น นายปรเมศวร์ระบุว่า กรณีที่ใช้ของปลอมมาตั้งแต่ต้นนั้น ส่วนตัวมองว่าไม่น่าจะเป็นไปได้ เพราะสังคมสามารถแยกแยะได้

แต่ประเด็นว่ามีการนำของจริงไปสับเปลี่ยนเป็นของปลอมหรือไม่นั้น ตนยังไม่มีความเห็น เนื่องจากไม่ทราบข้อเท็จจริง จึงต้องรอตรวจสอบกันต่อไป

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ