จากกรณีวันที่ 7 พ.ย. พนักงานสอบสวน กก.4 บก.ปอศ. ได้นำตัว น.ส.ปนัดดา วงศ์ผู้ดี หรือบุ๋ม อดีตประธานมูลนิธิองค์กรทำดี และนายอธิป อนันทวรรณ หรือก๊อต สามีของ น.ส.ปนัดดา 2 ผู้ต้องหาคดีฉ้อโกงเงินบริจาคมูลนิธิองค์กรทำดี ยื่นคำร้องฝากขังต่อศาลอาญา รัชดาภิเษก ภายหลังเจ้าหน้าที่ได้เข้าจับกุมตัวตามหมายจับศาล ในช่วงเช้ามืดวันที่ 6 พ.ย. และตรวจค้นพื้นที่พักอาศัยและมูลนิธิฯ ในกรุงเทพมหานคร จังหวัดปทุมธานี รวม 4 พื้นที่เป้าหมาย
จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้สอบสวนปากคำทั้ง 2 ผู้ต้องหาเข้มข้นต่อเนื่องตลอดทั้งคืน กระทั่งนำตัวยื่นฝากขังศาลในเช้าวันที่ 7 พ.ย.ที่ผ่านมา พร้อมคัดค้านการประกันตัวชั่วคราวในชั้นพนักงานสอบสวน ก่อนเตรียมสรุปสำนวนสั่งฟ้องต่ออัยการภายในกรอบระยะเวลา 84 วัน (หรือ 7 ฝาก)
โดย น.ส.ปนัดดา หรือบุ๋ม ไม่ได้ยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวต่อศาล ส่วนนายอธิป ยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวด้วยหลักทรัพย์เงินสด 1 ล้านบาท แต่ศาลยกคำร้อง โดยพิเคราะห์จากพยานหลักฐานและความหนักเบาแห่งข้อหาและพฤติการณ์แห่งคดีตามคำร้องฝากขังแล้ว การกระทำของผู้ต้องหาส่งผลกระทบต่อประชาชน โดยมีผู้เสียหายที่บริจาคเงินจำนวนมากถึง 900,000 กว่าบัญชี อันเกิดจากความผิดมูลฐานฟอกเงินได้รับความเสียหาย ปรากฏมูลค่าความเสียหายประมาณ 900 กว่าล้านบาท
มีเหตุอันควรเชื่อว่าหากผู้ต้องหาได้รับการปล่อยชั่วคราวแล้วจะไปยุ่งเหยิงกับพยานบุคคล รวมถึงพยานหลักฐานอื่น อันจะเป็นอุปสรรคและก่อให้เกิดความเสียหายต่อการสอบสวน ประกอบกับพนักงานสอบสวนและผู้เสียหายคัดค้านการปล่อยชั่วคราว ศาลจึงไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวนายอธิป จากนั้นในช่วงเวลา 16.30 น. เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จึงคุมตัวนายอธิป เข้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ส่วน น.ส.ปนัดดา เข้าทัณฑสถานหญิงกลาง เพื่อเข้าสู่กระบวนการฝากขังระหว่างพิจารณาคดี ตามที่มีการรายงานข่าวไปแล้วนั้น
เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 8 พ.ย. ทีมโฆษกประจำกรมราชทัณฑ์ ได้รับรายงานจากผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร และผู้อำนวยการทัณฑสถานหญิงกลาง ว่า วานนี้ (7 พ.ย.) เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ได้รับตัวนายอธิป อนันทวรรณ คดีร่วมกันฉ้อโกงประชาชน จากศาลอาญา เป็นผู้ต้องขังระหว่างสอบสวน เมื่อเข้าสู่เรือนจำฯ แล้ว พยาบาลเวรได้ตรวจสุขภาพแรกรับ พบว่านายอธิปรู้สึกตัวดี สามารถตอบคำถามได้ รู้เรื่อง และช่วยเหลือตัวเองได้ ไม่มีอาการเหนื่อยหอบ
อย่างไรก็ดี นายอธิป ได้แจ้งว่าตนเองมีโรคประจำตัว คือ โรคเกาต์และโรคไต โดยก่อนหน้านี้ นายอธิปได้เข้ารับการรักษาต่อเนื่อง เป็นระยะเวลา 3 ปี ส่วนเรื่องการแพ้ยาหรือแพ้อาหาร นายอธิปไม่มีการแพ้ใด ๆ ส่วนรอยฟกช้ำตามร่างกาย นายอธิปแจ้งว่าเคยเข้ารับการผ่าตัดเย็บเอ็นที่ต้นแขนขวา ทั้งนี้ นายอธิปได้ปฏิเสธการสูบบุหรี่ แต่ระบุว่ามีการดื่มสุราบางครั้ง และปฏิเสธการใช้สารเสพติด ระหว่างนี้เจ้าหน้าที่จึงส่งนายอธิป ไปกักกันโรคผู้ต้องขังใหม่ ระยะเวลา 5 วัน ที่แดน 2 หรือแดนแรกรับ ตามมาตรการ
ขณะที่ น.ส.ปนัดดา วงศ์ผู้ดี หรือบุ๋ม ได้รับตัวเข้าทัณฑสถานหญิงกลาง เมื่อเวลา 17.00 น. ซึ่งศาลอาญาพิจารณาให้ฝากขังกำหนด 12 วัน (ครั้งที่ 1) โดยทัณฑสถานหญิงกลางได้ดำเนินการตามกระบวนการรับตัวผู้ต้องขังเข้าใหม่ ได้แก่ การจัดทำประวัติข้อมูลส่วนบุคคล การตรวจร่างกาย และประเมินสภาพจิตใจ โดยพยาบาลและนักสังคมสงเคราะห์ของทัณฑสถานฯ พบว่า น.ส.ปนัดดา มีสภาพร่างกายแข็งแรง ไม่มีโรคประจำตัว และสภาพจิตใจโดยรวมปกติ แต่มีความกังวล และเป็นห่วงลูกกับแม่ที่อยู่ข้างนอก
หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่ได้ส่งตัว น.ส.ปนัดดา เข้าภายในแดนระหว่างการพิจารณาคดี เพื่อกักตัวตามมาตรการการป้องกันโรคติดต่อ และได้จัดเตรียมอาหารมื้อเย็น คือ แกงจืดวุ้นเส้นกับไข่ต้ม ซึ่ง น.ส.ปนัดดา สามารถรับประทานได้ปกติ และยังไม่ได้ร้องขออะไรเป็นพิเศษ อนึ่ง ทั้งนายอธิป และ น.ส.ปนัดดา สามารถปรับตัวได้ดี นอนหลับได้ และยังไม่พบภาวะความเครียดสูงหรือวิตกกังวลมากแต่อย่างใด
ส่วนอาหารเช้าวันนี้ (8 พ.ย.) "บุ๋ม ปนัดดา" ไม่รับประทานเนื่องจากปกติไม่ทานอยู่แล้ว (เมนูแกงจืดหัวผักกาดสดใส่ซี่โครงหมู) จะรอทานมื้อกลางวันทีเดียว (เมนูต้มข่าไก่และผลไม้ (แตงโม))
ทั้งนี้ พูดคุยกับเพื่อนร่วมห้องได้เป็นอย่างดี โดยไม่แยกตัวหรือแสดงความเครียดแต่อย่างใด แต่ร้องขอหนังสือสวดมนต์และหนังสือนิยาย กรณีการเยี่ยมญาติ หลังจากลงจากห้องกักโรค สามารถเยี่ยมได้ทุกวัน ยกเว้นวันหยุดเสาร์-อาทิตย์/หยุดราชการ
ส่วนญาติที่เข้าเยี่ยมต้องเป็นไปตามรายชื่อที่ให้ไว้กับทัณฑสถานฯ จำนวนไม่เกิน 10 คน หลังจากลงห้องกักโรค น.ส.ปนัดดาฯ จะถูกควบคุมและดูแลอยู่ที่แดนระหว่างการพิจารณาคดี ซึ่งเป็นไปตามระเบียบการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังระหว่างการพิจารณาคดีตามมาตรฐานสากล (ข้อกำหนดแมนเดลาและข้อกำหนดกรุงเทพ)