นายมะโน เครือแก้ว หรือ "กำนันมะโน" กำนันตำบลกระบี่น้อย อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่ ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าว ภายหลังเดินทางมาถึงทำเนียบรัฐบาลว่า จุดประสงค์ของการเดินทางมาครั้งนี้คือการเรียกร้องให้รัฐบาลลดราคาน้ำมันทุกชนิด 10 บาท ทันที
“พวกเรานำปัญหาของพี่น้องประชาชนมาบอกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรี พวกเรารับไม่ได้ ทนไม่ได้ และจนไม่ไหวแล้ว อยากให้รัฐบาลรับฟังและแก้ปัญหา ถ้าไม่ลดไม่กลับ” กำนันมะโน กล่าว
สำหรับแนวทางการชุมนุม นายมะโน กล่าวว่า ในวันที่ 9 พ.ย.นี้จะมีแนวร่วมมาอีกหลายพื้นที่ ถ้าหากรัฐบาลไม่ลดราคาน้ำมัน จะยกระดับการชุมนุม พร้อมกล่าวว่า "คิดว่ารัฐบาลต้องลดราคาน้ำมันได้ ถ้าหากตั้งใจจะช่วยประชาชน"
นายมะโน มองว่า ไทยมีโรงกลั่นน้ำมันขนาดใหญ่ มีบ่อน้ำมัน น้ำเข้าน้ำมันดิบ เหตุใดจึงต้องอ้างอิงราคาน้ำมันสิงคโปร์ ถ้ารัฐมนตรีหรือ สส. ลงไปดูจะเห็นว่าประชาชนเดือดร้อนมาก
ช่วงนี้ราคาปาล์มแม้จะขึ้นแต่ราคาน้ำมันก็ขึ้น แต่ด้วยความที่เขาคิดว่าเขามีอำนาจมาก ทั้งสภาบน สภาล่าง องค์กรอิสระ เขาครอบงำหมด จึงไม่ดูแลชาวบ้านในส่วนของความยากลำบาก บางทีกระทรวงพาณิชย์นำของเล็ก ๆ น้อย ๆ ไปขายก็แค่สร้างภาพ
“ข้าราชการและนักการเมืองไม่ได้เป็นที่พึ่งของชาวบ้าน ถ้าจริงใจและเป็นที่พึ่งของชาวบ้านได้ ชาวบ้านคงไม่ได้ใช้น้ำมันราคา 40 กว่าบาท ผมมาในนามชาวบ้าน ผมจึงไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับการเมือง” นายมะโน กล่าว
ส่วนประเด็นการถ่ายรูปกับ สส. นายมะโน กล่าวว่า เป็นเรื่องปกติ ตนไม่ได้ถ่ายกับแค่ นายรังสิมันต์ โรม ใครไปพื้นที่เราก็ถ่ายรูปด้วย เป็นเรื่องปกติของกำนัน ไม่มีการเมืองใด ๆ อยู่เบื้องหลัง
นายมะโน กล่าวว่า ตนรู้ว่ามีคนของรัฐแทรกแซงแทรกซึมเข้ามาพยายามทำให้การชุมนุมไม่สามารถรวมตัวกันได้ มีแผนสกัดกลุ่มของเราบางคนบางกลุ่มด้วย และเมื่อถามว่าส่วนตัวมองว่าการชุมนุมนี้ “จุดติด” แล้วหรือไม่ นายมะโน กล่าวว่า คิดว่าจุดติดแล้ว เพราะตรงใจ โดนใจพี่น้องประชาชน
นายมะโน เผยว่า ก่อนหน้านี้ตนได้คุยกับ นายสนธิ ลิ้มทองกุล มาแล้ว เพราะไม่รู้จะพึ่งใคร พรุ่งนี้ได้นัดแนะกันที่บ้านพระอาทิตย์เวลาประมาณ 11.00 น. เพื่อพูดคุยกับทีมงานของนายสนธิถึงแนวทางการการช่วยเหลือและการยกระดับการชุมนุม ส่วนเวลาขึ้นปราศรัยจะนัดแนะอีกที พร้อมเชิญ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส และ “ทนายอั๋น บุรีรัมย์” ซึ่งต่างเคยเคลื่อนไหวตรวจสอบปัญหาที่ดินเขากระโดง จังหวัดบุรีรัมย์ ขึ้นปราศรัยด้วย
นายมะโน กล่าวต่อว่า พี่น้องกำนันผู้ใหญ่บ้านติดตามตนหลายคน คิดว่าที่ตนสื่อสารไปก็คงพอเข้าใจ พอคิดได้ว่าต่อไปต้องไม่เป็นทาสนักการเมือง ต้องเป็นราชสีห์ผู้ภักดีต่อแผ่นดิน เหมือนที่รัชกาลที่ 5 ท่านให้ไว้ ซึ่งคิดว่าสิ่งที่เรียกร้องไปรัฐบาลก็คงได้ยิน
ส่วนจะมีกลุ่มไหนเดินทางมาอีกบ้าง นายมะโน กล่าวว่า จากภาคใต้มาแน่นอน เพราะมีเครือข่ายที่ตนติดต่อได้ ภาคตะวันออก ภาคตะวันตก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สุพรรณบุรี นครราชสีมา พิษณุโลก ก็มา เป็นการมารวมตัวเพื่อนำปัญหาหนัก ๆ ของประชาชน ทำให้คุณภาพชีวิตด้อยคุณภาพมาบอกรัฐบาล
นายมะโน กล่าวว่า อยากให้นายกฯ ทำอย่างไรก็ได้ให้การทุจริตคอร์รัปชันหมดไปจากแผ่นดิน และการลดภาษีสรรพสามิต แสดงว่านายกฯ ตั้งใจแต่จะลดเงินที่เข้ารัฐบาล ทำไมไม่ลดค่าการกลั่นน้ำมัน ไม่จัดการโรงกลั่นบ้าง กำไรเขาเป็นแสนล้าน คนไทยได้แต่แสนสาหัส
ส่วนท่าทีของเจ้าหน้าที่ที่มีต่อการชุมนุม นายมะโน กล่าวว่า ไม่ค่อยมีการข่มขู่ แต่จะเห็นเจ้าหน้าที่เข้ามาประชิดบ่อย มีการนำสุนัขตำรวจมาตรวจค้นเยอะ
เมื่อถามว่ามองอย่างไรหากมีคน กทม. บางส่วนไม่เห็นด้วยกับการชุมนุม นายมะโน มองว่า ก็แล้วแต่คนกรุงเทพฯ แต่ตนมองว่าคนกรุงเทพฯ น่าจะลำบากกว่าคนภาคใต้ เพราะคนยากจนในกรุงเทพฯ ก็มีเยอะ ถ้าคนกรุงเทพฯ คิดว่าเดือดร้อนเหมือนกันกับปัญหาราคาน้ำมัน ยาเสพติด ข้าวของแพง ก็ขอให้มาร่วมชุมนุมด้วยกัน
นายมะโน ยืนยันว่า จะปักหลักค้างคืนที่ทำเนียบรัฐบาล หากมีการสลายการชุมนุมก็มีการสลายการชุมนุมไป ไม่กลัวอะไร พวกเรามาอย่างสงบ สันติ ชุมนุมแบบตั้งรับอย่างเดียว