วันนี้ (1 มี.ค.60) หลังเกิดเหตุผู้ป่วยเป็นโรคลมชักเสียชีวิตภายในวัดพระธรรมกาย โดยพระสนิทวงศ์ วุฑฒิวังโส ผอ.ฝ่ายสื่อสารองค์กร วัดพระธรรมกาย โพสต์ข้อความ]งบนเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า ผู้ป่วยเสียชีวิตในพื้นที่ 58 ไร่ วัดพระธรรมกาย โดยแจ้งออกไปแล้ว แต่เจ้าหน้าที่หน่วยแพทย์ เข้ามาถึงผู้ป่วยได้ล่าช้า เพราะติดด่านเจ้าหน้าที่ และหลงทาง
ผู้สื่อข่าวพีพีทีวี พยายามตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยสอบถามจากเจ้าหน้าที่กองอำนวยการคลองหลวง ซึ่งดูแลเรื่องการรักษาพยาบาล ได้รับคำชี้แจงว่า กรณีที่พบผู้ป่วยเสียชีวิตในพื้นที่ของวัดพระธรรมกาย ยืนยันว่า เจ้าหน้าที่รับแจ้งเหตุมีผู้ป่วยโรคลมชัก เวลา 12.10 น. โดยเข้าไปถึงจุดที่ผู้ป่วยอยู่เวลา 12.35 น. ซึ่งถือเป็นขั้นตอนปกติ มีพยาบาลซึ่งอยู่ในวัดพระธรรมกายเป็นคนนำทางไป
เจ้าหน้าที่จากกองอำนวยการคลองหลวง ระบุเมื่อไปถึงพบว่า ผู้ป่วยไม่มีสัญญาณชีพแล้ว จึงช่วยเหลือตามขั้นตอน จนพบว่าผู้ป่วยเสียชีวิตแล้วจึงยุติการช่วยเหลือ ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ประเมินว่าผู้ป่วยน่าจะเสียชีวิตก่อนแจ้งเหตุแล้ว ส่วนจะเป็นระยะเวลานานแค่ไหนต้องรอการชันสูตรพลิกศพ
ก่อนหน้านี้กองอำนวยการคลองหลวง ทำข้อตกลงร่วมกับวัดพระธรรมกายว่าหากมีคนเจ็บป่วยจะต้องนำตัวมาส่งที่ประตู7 เท่านั้น เนื่องจากก่อนหน้านี้เคยมีปัญหาเข้าออกพื้นที่วัดพระธรรมกายไม่ได้ แต่ในกรณีนี้เจ้าหน้าที่ตัดสินใจเข้าช่วยเหลือถึงห้องพักหลังพบว่า ไม่มีใครนำผู้ป่วยออกมาได้ สำหรับเหตุการณ์นี้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้สอบถามข้อมูลพยาบาลและกู้ภัยถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว
เจ้าหน้าที่พยาบาล ยืนยันว่า ทำตามขั้นตอนไม่ได้เลือกปฎิบัติตามที่ถูกกล่าวหา เบื้องต้นตำรวจได้สอบปากคำกู้ภัยและพยาบาลทั้งหมดแล้ว รอผลชันสูตรศพเพื่อ ตรวจสอบข้อมูล และดีเอสไอเก็บข้อมูลกับพยาบาลและกู้ภัยแล้ว
ส่วนที่มีผู้กล่าวหาว่า เหตุดังกล่าวแจ้งให้สถาบันการแพทย์ฉุกเฉิน หรือ สพฉ. ตามหมายเลข 1669 ให้เข้ามารับตัวผู้ป่วย แต่ไม่มีการประสานมา กองอำนวยการคลองหลวง ยืนยันว่า ได้รับแจ้งข้อมูลจาก สพฉ.และเร่งดำเนินการทันที