จำนวนผู้โดยสารที่ใช้บริการมากในช่วงชั่วโมงเร่งด่วน เมื่อรถโดยสารบีอาร์ทีจอดเทียบชานชาลา ทำให้บีอาร์ทีต้องเพิ่มจำนวนเที่ยวรถ รอบละ 5 นาทีต่อคัน จากเดิม 15 นาทีต่อคัน ผู้โดยสารที่มาจากสถานีราชพฤกษ์จะมาสิ้นสุดที่สถานีสาทร ซึ่งสถานีนี้จะเป็นเส้นทางที่นำผู้โดยสารเชื่อมต่อไปยังรถโดยสารสาธารณะอื่นได้ นั่นหมายความว่ารถโดยสารบีอาร์ทีจึงยังเป็นทางเลือกอันดับต้นๆ
รถโดยสารบีอาร์ทีที่มีเส้นทางเฉพาะ ส่งผลให้รถสามารถทำเวลาได้อย่างรวดเร็ว นี่จึงเป็นสาเหตุหลักที่ผู้โดยสารพึงพอใจและใช้บริการ หากกรุงเทพมหานครยกเลิก ก็คงจะส่งผลกระทบต่อการเดินทาง เนื่องจากเส้นทางจาก พระราม 3 ราชพฤกษ์ มุ่งหน้าสู่สาทร ไม่มีรถโดยสารสาธารณะชนิดอื่นให้เป็นตัวเลือก
ทีมข่าวพีพีทีวีสอบถามไปยังพนักงานขับรถบีอาร์ที ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มตัวอย่างการสำรวจของกรุงเทพมหานคร พวกเขากังวลว่า หากมีการยกเลิกรถบีอาร์ที อาจจะเกิดปัญหาจราจรติดขัดกว่าเดิม ซึ่งวิธีนี้ไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ดีที่สุด
ทางด้านของกรุงเทพมหานครให้เหตุผลถึงการยกเลิกรถบีอาร์ทีว่า ที่ผ่านมาต้องแบกรับค่าใช้จ่ายปีละ 200 ล้านบาท เฉลี่ยประชาชนที่ใช้บริการวันละ 25,000 คน ทำให้การบริการไม่ตรงตามกลุ่มเป้าหมาย อาจจะต้องยกเลิกหลังสิ้นสุดสัญญาในเดือนเมษายนนี้
แม้ว่ากรุงเทพมหานครได้มอบหมายให้ทางมหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิตลงพื้นที่ทำการสำรวจความคิดเห็นประชาชน จำนวน 3,500 คน ซึ่งในขณะนี้อยู่ระหว่างการประมวลผลข้อมูลและจะดำเนินการส่งข้อมูลให้กับทางกรุงเทพมหานครต่อไป หลังจากนี้คงจะต้องจับตามองว่าโครงการรถโดยสารด่วนพิเศษ หรือ บีอาร์ทีนี้ จะอยู่หรือจะไปเหมือนกับหลายๆ โครงการที่ทางกรุงเทพมหานครสร้างขึ้นมา