แม้การเจรจารื้อเต็นท์ที่ตลาดกลองคลองหลวงจะไม่สำเร็จ แต่เมื่อพิจารณายุทธวิธีที่นำมาใช้ บ่งบอกชัดเจนว่า เจ้าหน้าที่มีเป้าหมายแรก อยู่ที่การจัดการมวลชนออกไปจากตลาดกลาง เพราะที่นี่ถือเป็นจุดรวมมวลชนวัดพระธรรมกายมากที่สุด
ทั้งนี้การเจรจาขอเข้ารื้อเต็นท์ใช้เวลานานพอสมควร หลังผู้ประสานงานมวลชนวัดพระธรรมกาย พยายามต่อรองโดยจะขอซื้อขาดจากเจ้าของ ไม่ขอเช่าอีกต่อไป โดยใช้เวลานานกว่า 2 ชั่วโมง และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พยายามชี้แจงกับมวลชนวัดพระธรรมกายว่า ไม่ได้ข่มขู่ เจ้าของเต็นท์ ให้มารื้อถอน แค่ไปพูดคุยกันเรื่องสัญญาเช่าเต็นท์
ขณะเดียวกัน ระหว่างเจรจาได้มีการชี้แจงว่า ที่นี่เป็นพื้นที่ควบคุมพิเศษตามมาตรา44 หากยินยอมให้ตั้งเต็นท์ต่อ อาจจะมีความผิดเรื่องการสนับสนุน และยืนยันว่า เจ้าหน้าที่ไม่ได้ต้องการกดดันมวลชนที่อยู่ในตลาดกลาง
อย่างไรก็ตาม หากมองในเชิงยุทธวิธีของแต่ละฝ่าย ทั้งวัดพระธรรมกาย กับเจ้าหน้าที่ จะเห็นว่าถ้าเจ้าหน้าที่เริ่มมีความเคลื่อนไหว ไม่ว่าจะเป็นการกระชับพื้นที่ เอาเต็นท์ออก หรือ ติดป้ายเตือนต่างๆ เช่น ห้ามใช้เครื่องขยายเสียง ห้ามขัดขวาง ห้ามยุยงปลุกปั่น จะมีพระภิกษุมาอยู่แนวหน้าทุกครั้ง