การเผชิญหน้ากันระหว่างทหาร ตำรวจ พระภิกษุ มวลชนวัดพระธรรมกาย บริเวณสะพานแสงตะวัน ประตู 4 ถนนเลียบคลอง3 มีนัยยะสำคัญทั้งการวัดกำลังมวลชนวัดพระธรรมกายรอบนอกพื้นที่ และเป็นการประลองเชิงเปิดยุทธวิธีของเจ้าหน้าที่รอบนี้ มีเหตุผลว่า ต้องการเข้าไปตรวจสอบกลางสะพาน ที่ขึงตาข่ายสีเขียว หลังรถฮัมวี่ของทหารถูกปืนอัดลมยิงใส่กระจก
เหตุการณ์เกิดขึ้น เมื่อเวลาประมาณ 13.30 น. บริเวณที่ดิน 100 ไร่ เชิงสะพานแสงตะวัน ฝั่งตรงข้ามประตู 4 มีรายงานว่าทั้ง 2 ฝ่าย ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ระหว่างเผชิญหน้า แต่ไม่มีการปะทะกันรุนแรง ระหว่างนั้นวัดพระธรรมกาย ได้มีการเปิดเสียงสวดมนต์ดังทั่วพื้นที่
จากนั้นไม่ถึง 1 ชั่วโมง เจ้าหน้าที่ตัดสินใจถอนกำลังออกมา เพราะยังเน้นยุทธวิธีละมุนละม่อม แต่มวลชนวัดพระธรรมกายจำนวนมาก ยังคงปักหลักบนสะพาน มีพระภิกษุเป็นแนวหน้าเหมือนเคย ซึ่งผลการเจรจากรมสอบสวนคดีพิเศษ เผยว่า มวลชนไม่ยอมให้เจ้าหน้าที่สำรวจสิ่งผิดปกติบนสะพาน ไม่ยอมนำตู้คอนเทนเนอร์ออก และไม่ยอมรื้อสแลน ตามที่ตกลงกันไว้
เหตุผลการขอเข้าสำรวจพื้นที่ เนื่องจากรถฮัมวี่ ของทหาร ถูกวัตถุบางอย่าง ยิงใส่กระจกจนเกิดรอยร้าว บริเวณสะพานแห่งนี้ เมื่อช่วงเช้าและอ้างว่าเกิดขึ้นหลายครั้ง
ขณะที่นางศรวรรณ ศิริสุนทรินทร์ หรือ ป้าเช็ง ก็เดินทางมารายงานตัวที่ ตชด.ภ.1 เมื่อเวลา 10.00 น.ด้วย โดยยืนยัน ไม่เคยมีความคิดสนับสนุนการชุมนุม แต่อ้างว่า มีคนมาขอเช่าพื้นที่จัดงานบุญอาทิตย์ของวัดพระธรรมกาย จึงอนุญาตให้ใช้ฟรี ล่าสุดเจ้าหน้าที่ไม่แจ้งข้อกล่าวหา แต่ห้ามในางศรวรรณหรือป้าเช็ง ให้เช่าพื้นที่ จนกว่าจะได้รับอนุญาตจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ
การเผชิญหน้าที่เกิดขึ้น แม้จะเป็นเหตุการณ์ซ้ำๆ ระหว่าง มวลชน กับ เจ้าหน้าที่ แต่ทุกอย่างคือยุทธวิธี หากตีความ จะเห็นว่าการขอเข้าพื้นที่ช่วงนี้ จะพยายามเข้าใกล้ 196 ไร่ ให้ได้มากที่สุด ด้านมวลชนก็มีสิ่งบ่งชี้ ไม่ยินยอมให้เข้าไป แม้กระบอกเสียงแกนนำคนสำคัญของวัดพระธรรมกายจะหายไปทีละคน