วันนี้ (10 มี.ค. 60) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดพายุฤดูร้อนพัดถล่มที่จังหวัดมหาสารคาม ส่งผลให้มีฝนตกหนักและลมกระโชกแรง โดยแรงลมได้พัดศาลาการเปรียญวัดป่าบุพนิมิต บ้านหนองหิน ม.4 ต.โคกก่อ อ.เมือง จ.มหาสารคาม พังถล่มลงมาทั้งหลัง
ด้านพระอธิการปัญญา ทัตจิตโต เจ้าอาวาสวัดป่าบุพนิมิต เล่าว่า ศาลาการเปรียญแห่งนี้ สร้างมาตั้งแต่ปี 58 มูลค่าการก่อสร้างไม่ต่ำกว่า 5 ล้านบาท โดยทางวัดได้นำเงินบริจาคของญาติโยมมาดำเนินการก่อสร้างเอง ด้วยการจ้างผู้รับเหมา สาเหตุที่ศาลาการเปรียญพังถล่มล้มลงมาง่ายนั้น น่าจะเกิดจากบริเวณโคนเสาแต่ละต้นยังไม่ได้มีการเทปูนถมและเสียบเหล็กสานให้แข็งแรง ทำเพียงใช้เหล็ก 12 หุน ยาวประมาณ 1 ฟุตเศษ เสียบไว้กับเสาไม้ฝังลงพื้นคอนกรีต ก็อยู่ในสภาพที่แข็งแรงพอประมาณ หากไม่เจอพายุก็ไม่น่าจะเป็นอะไร
พายุฤดูร้อนทำ คุณยายวัย 80 ถูกหลังคาถล่มทับ
เช่นเดียวกับที่จังหวัดอุดรธานี ได้เกิดพายุฤดูร้อนพัดรุนแรงพร้อมกับมีฝนตกหนักที่บริเวณ ต.โนนทอง อ.บ้านผือ นานกว่า 30 นาที เป็นเหตุให้บ้านเรือนประชาชนถูกพายุพัดถล่มเสียหายกว่า 15 หลังคาเรือน และเสียหายทั้งหลังจำนวน 3 หลังคาเรือนด้วยกัน และจากเหตุการณ์นี้ส่งผลให้คุณยายพร มโยธี อายุ 80 ปี ที่อาศัยอยู่ภายในบ้านที่ถูกพายุพัดจนพังทั้งหลัง ได้รับบาดเจ็บจากโครงสร้างของหลังคาบ้านหล่นทับขา ทั้งนี้เพื่อนบ้านต้องรีบนำส่งโรงพยาบาลเป็นการเร่งด่วน
พายุพัดถล่มอุทัยฯ บ้านเรือนเสียหายกว่า 40 หลังคาเรือน
ส่วนที่ อ.สว่างอารมณ์ จ.อุทัยธานี ได้เกิดพายุฤดูร้อนพัดถล่มบ้านเรือนราษฎร ใน ต.พลวงสองนาง ต.บ่อยาง และ ต.ไผ่เขียว รวม 15 หมู่บ้าน ได้รับความเสียหายกว่า 40 หลังคาเรือน ซึ่งบ้านเรือนส่วนใหญ่ถูกพายุพัดถล่มหอบเอาหลังคาปลิวไปไกลกว่า 50 เมตร และปลิวไปค้างอยู่บนยอดไม้จำนวนมาก รวมถึงยุ้งข้าวเสียหายนับสิบหลัง คอกสัตว์ต่างๆ อีกหลายแห่ง ส่วนพื้นที่การเกษตร โดยเฉพาะไร่อ้อย สวนผลไม้ มะกรูด มะนาว ถูกพายุพัดจนได้รับความเสียหายเป็นบริเวณกว้าง ล่าสุดเจ้าหน้าที่เร่งสำรวจความเสียหายเพื่อของบประมาณมาช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน