เวลาประมาณ 17.00 น. ของวันที่ 19 เม.ย.2569 ได้เกิดพายุฤดูร้อนพัดกระหน่ำในหลายอำเภอของจังหวัดมหาสารคาม อาทิ อำเภอวาปีปทุม อำเภอบรบือ อำเภอนาดูน และอำเภอนาเชือก โดยพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักคืออำเภอนาเชือก ซึ่งแรงลมพัดบ้านเรือนและโกดังเก็บสินค้าเสียหายเป็นวงกว้าง
ที่บ้านโคกกลม ตำบลนาเชือก อำเภอนาเชือก จังหวัดมหาสารคาม บ้านของนางพยอม คมวิกรณ์ อายุ 58 ปี ได้รับความเสียหายอย่างหนัก
โดยแรงลมพัดหลังคาห้องครัวหลุดออกไปทั้งแถบ เนื่องจากตัวบ้านตั้งอยู่ในพื้นที่โล่งติดทุ่งนา ทำให้แรงลมพัดเข้าปะทะโดยตรง เจ้าของบ้านต้องเร่งเรียกช่างมาซ่อมแซมเป็นการด่วน เนื่องจากเกรงว่าจะมีฝนตกซ้ำ
นางพยอม เล่าว่า ขณะเกิดเหตุลมพัดแรงเป็นระลอก ได้ยินเสียงหลังคาเหมือนจะหลุด ก่อนที่ระลอกที่สามจะพัดหลังคาปลิวหายไปทันที พร้อมกับฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก แม้จะกินเวลาเพียงประมาณ 10 นาที แต่สร้างความเสียหายอย่างมาก ต้องพาลูกหลานไปหลบในห้องข้างเคียง โดยหลังคาปลิวไปไกลกว่า 20 เมตร และมีต้นไม้หักโค่น รวมถึงยุ้งฉางได้รับความเสียหาย
ขณะเดียวกัน ที่หมู่บ้านสระแก้ว ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามถนน แรงพายุได้พัดหลังคาโกดังเก็บสินค้าของร้านกุหลาบเฟอร์นิเจอร์ปลิวข้ามถนนไปไกลประมาณ 50 เมตร สังกะสีตกกระจายกลางถนน ส่งผลให้การสัญจรติดขัด เจ้าหน้าที่ต้องเร่งเคลียร์พื้นที่เพื่อให้รถสามารถสัญจรได้ตามปกติ
นายมิตร เชิดชู อายุ 58 ปี เปิดเผยว่า ขณะเกิดเหตุลักษณะคล้ายลมหมุน พัดยกหลังคาหลุดทั้งแถบ ปลิวข้ามถนนไปเกี่ยวสายไฟแรงต่ำจนขาด 3 เส้น อีกทั้งยังมีลูกเห็บตกลงมาพร้อมกับลมฝนที่รุนแรง
ด้านนายอารียา สินสอน เจ้าของโกดังกุหลาบเฟอร์นิเจอร์ กล่าวว่า พายุพัดสังกะสีหลังคาโกดังหลุดไปไกลประมาณ 40 เมตร สร้างความเสียหายราว 50,000–60,000 บาท จำเป็นต้องเปลี่ยนหลังคาใหม่ทั้งหมด รวมถึงโครงสร้างเสาที่ได้รับผลกระทบ โกดังดังกล่าวสร้างมาแล้วประมาณ 5–6 ปี
ทั้งนี้ ยังถือว่าโชคดี เนื่องจากช่วงเกิดเหตุไม่มีคนอยู่ภายในโกดัง และไม่มีรถสัญจรผ่านในขณะที่สังกะสีปลิวตกลงกลางถนน อีกทั้งเฟอร์นิเจอร์ที่สั่งไว้ยังมาไม่ถึง หากมีสินค้าเก็บอยู่ภายใน คาดว่าความเสียหายจะรุนแรงกว่านี้
เบื้องต้น สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดมหาสารคาม อยู่ระหว่างเร่งสำรวจความเสียหายในพื้นที่ต่าง ๆ เพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบอย่างทั่วถึงต่อไป