พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เดินทางมายังกองบังคับการปราบปราม เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา เพื่อติดตามความคืบหน้าในการสอบปากคำกลุ่มผู้ต้องหาฆ่า นายธีรพงษ์ ฐิตะฐาน นักศึกษามหาวิทยาลัยศิลปากร ก่อนจะเดินทางเข้าไปด้านใน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า เบื้องต้นรับทราบข้อมูลว่า มีหนึ่งในผู้ต้องหารับสารภาพแล้วว่า เป็นผู้ใช้ไขควงลงมือแทงผู้เสียชีวิต โดยขั้นตอนหลังจากนี้ จะต้องควบคุมตัวผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ และต้องรอดูว่า ผู้ต้องหาจะยินยอมเซ็นต์รับสารภาพในชั้นสอบสวนอย่างเป็นทางการหรือไม่
การเดินทางมาติดตามคดีของพล.ต.อ.ศรีวราห์ เกิดขึ้นหลังจากเมื่อช่วงเช้า ตำรวจควบคุมตัวกลุ่มผู้ต้องหามาสอบปากคำ โดยผู้ต้องหาทั้งหมดสวมใส่หน้ากากอนามัย และแว่นดำปิดบังใบหน้า ก่อนจะถูกนำตัวไปยังห้องสอบสวนชั้น กองบังคับการปราบปราม โดยไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าไปบันทึกภาพหรือฟังการสอบสวน
สำหรับกลุ่มผู้ต้องหาที่ถูกควบคุมตัวมาในวันนี้ พบว่า มีเพียง 16 คน น้อยกว่า จำนวนที่เข้ามอบตัวกับตำรวจ สภ.ชะอำ ก่อนหน้านี้ที่มีทั้งหมด 18 คน ผู้ต้องหาที่หายไป 2 คน พล.ต.ต.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผู้บังคับการปราบปรามให้เหตุผลว่า อยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐานเพื่อเชื่อมโยงเอาผิด ส่วนอีก 1 คน ที่ปรากฎเป็นกระแสข่าวก่อนหน้านี้ ว่าญาติของผู้เสียชีวิต สงสัยว่า เป็นผู้บงการและมีความสัมพันธ์กับตระกูลนักการเมืองดังในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี ตำรวจกองปราบปราม ยังไม่ทิ้งประเด็น แม้ข้อมูลในเบื้องต้นจะพบว่า อยู่ห่างจากที่เกิดเหตุระหว่างเกิดเหตุการณ์
การสอบสวนผู้ต้องหาทั้ง 16 คน กินเวลาตลอดทั้งวัน เพราะกองบังคับการปราบปรามให้พนักงานสอบสวนสอบปากคำผู้ต้องหาแบบตัวต่อตัว จนกระทั่งเวลาประมาณ 16.20น. กลุ่มผู้ต้องหาถูกนำตัวขึ้นรถตู้ไปขออำนาจศาลฝากขังผัดแรกที่ศาลอาญารัชดา จำนวน 15 คน ส่วนอีก 1 คน เป็นเยาวชน จึงถูกยังไปศาลเยาวชน โดยทนายของกลุ่มผู้ต้องหาเตรียมหลักทรัพย์เป็นเงิน 5 แสนบาทต่อผู้ต้องหา 1 คน ยื่นขอประกันตัว แต่พนักงานสอบสวนคัดค้าน โดยให้เหตุว่า ก่อนหน้านี้มีข้อมูลปรากฎว่า กลุ่มผู้ต้องหามีพฤติกรรมคุกคามและยุ่งเหยิงกับพยาน
พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมหลังสอบปากคำกลุ่มผู้ต้องหาเสร็จว่า ตำรวจได้ตั้งข้อหากับผู้ต้องหาทั้ง 16 คน รวม 4 ข้อหา เป็นข้อหาเดิม 2 ข้อหา คือ บุกรุกยามวิกาล และร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และข้อหาใหม่อีก 2 ข้อหา คือ ทำร้ายร่างกาย และซ่องโจร ส่วนผู้ต้องหาที่รับสารภาพว่าเป็นผู้ใช้ไขควงแทงผู้เสียชีวิต แม้จะสารภาพ แต่ก็อ้างว่า เป็นการป้องกันตัว ส่วนจะเข้าข่ายไตร่ตรองไว้ก่อนหรือไม่ ยังต้องรอดูหลักฐานเพิ่มเติม เพราะเบื้องต้นพบข้อมูลว่า ผู้ต้องหาไม่ได้เตรียมไขควงมา ห
ส่วนคนรับสารภาพ คือ ลูกตำรวจตำแหน่งรองผู้กำกับหรือไม่ หลังทีมข่าวพีพีทีวี ได้รับการคำยืนยันเรื่องนี้จากแหล่งข่าวภายในกองบังคับการปราบปราม พล.ต.อ.ศรีวราห์ ไม่ได้เปิดเผยอย่างเป็นทางการ แต่บอกว่า ในจำนวน 16 คน มีลูกตำรวจมากกกว่า 1 คน และการสอบปากคำ กลุ่มผู้ต้องหายังซัดทอดต่อกลุ่มคนอีกจำนวนหนึ่ง โดยไม่ยืนยันว่า เป็นวัยรุ่นที่มีข้อมูลเป็นญาตินักการเมืองใหญ่ในจังหวัดเพชรบุรีหรือไม่
ส่วนข้อสงสัยว่า การตั้งข้อหาของตำรวจ ถูกต้องตามหลักการหรือไม่ นาย ปรเมศวร์ อินทรชุมนุม รองอธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญา ให้ข้อมูลกับพีพีทีวี ว่า ตามกระบวนการปกติของคดีลักษณะ คือ การร่วมกันฆ่าผู้อื่น ผู้กระทำความผิด หรือผู้ลงมือ จะถูกตั้งข้อหา ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา มีโทษประหารชีวิต จำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุกตั้งแต่สิบห้าปีถึงยี่สิบปี ส่วนกลุ่มที่ร่วมกันทำความผิด จะถูกแจ้งข้อหา ร่วมกันทำร้ายผู้อื่นจนถึงแก่ความตาย มีโทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงสิบห้าปี ยกเว้นจะให้การรับสารภาพและให้การเป็นประโยชน์ต่อรูปคดี ก็มีสิทธิ์ที่จะถูกกันตัวไว้เป็นพยานในคดี