ที่อาคารรัฐสภา นายชาญชัย ไชยพิศ รองประธานคณะกรรมาธิการการศึกษา วุฒิสภา รับหนังสือจากนายจิระวัฒน์ ชื่นจิตร นายกสโมสรนักศึกษา คณะวิศวกรรมศาสตร์และสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย และนายจิรัฐิติ พันธุ์มณี นายกสมาคมศิษย์เก่าอุเทนถวาย เพื่อขอความเป็นธรรมในการพิจารณาข้อพิพาทเรื่องที่ดินระหว่างอุเทนถวายกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พร้อมเรียกร้องให้ทบทวนมาตรการของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ที่ส่งผลกระทบต่อสิทธิทางการศึกษาและอนาคตของนักศึกษา
นายจิรัฐิติ กล่าวว่า สมาคมศิษย์เก่าอุเทนถวายมีความกังวลต่อผลกระทบที่นักศึกษาได้รับจากคำสั่งของรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. เนื่องจากส่งผลกระทบอย่างมากต่อการศึกษา รวมถึงโอกาสในการประกอบวิชาชีพในอนาคต โดยจากข้อมูลที่ได้รับทราบมา นักศึกษายังไม่ได้เรียนภาคปฏิบัติและยังไม่ได้เข้าสอบ
ส่งผลให้นักศึกษากว่าพันคนกำลังเผชิญความเสี่ยงที่จะได้รับผลการเรียนเป็น I หรือผลการเรียนไม่สมบูรณ์ และ F หรือสอบตก ทำให้เกิดความเดือดร้อนอย่างมาก
สมาคมศิษย์เก่าอุเทนถวายจึงขอความอนุเคราะห์จากคณะกรรมาธิการการศึกษาและสมาชิกวุฒิสภาทุกท่าน ให้ช่วยเหลือและหาแนวทางแก้ไขปัญหา เพื่อไม่ให้นักศึกษาต้องสูญเสียโอกาสทางการศึกษาและได้รับผลกระทบต่ออนาคตจากมาตรการดังกล่าว
ด้านนายจิระวัฒน์ กล่าวว่า วันนี้ตัวแทนนักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย ได้เดินทางมายื่นหนังสือต่อประธานวุฒิสภา เพื่อขอความเป็นธรรมและคุ้มครองสิทธิทางการศึกษา หลังได้รับผลกระทบจากคำสั่งกระทรวง อว. ที่ 120/2569 โดยขอยืนยันว่า นักศึกษาส่วนใหญ่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ความรุนแรง แต่กลับต้องได้รับผลกระทบต่อการเรียนและอนาคตของตนเอง
ทั้งนี้ นักศึกษาสนับสนุนการบังคับใช้กฎหมายกับผู้กระทำผิด แต่ไม่เห็นด้วยกับมาตรการที่ทำให้นักศึกษาผู้บริสุทธิ์ต้องสูญเสียโอกาสทางการศึกษา
นายจิระวัฒน์ กล่าวต่อว่า อุเทนถวายเป็นสถานศึกษาด้านการช่างและการก่อสร้างที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน โดยทำหน้าที่ผลิตบุคลากรด้านวิศวกรรม สถาปัตยกรรม และการก่อสร้าง เพื่อร่วมพัฒนาประเทศมาอย่างต่อเนื่อง การเรียนการสอนในสาขาวิชาเหล่านี้จำเป็นต้องอาศัยห้องปฏิบัติการ เครื่องมือ และสถานที่สำหรับฝึกปฏิบัติจริง ซึ่งไม่สามารถทดแทนได้ทั้งหมดด้วยการเรียนออนไลน์ ดังนั้น นักศึกษาจึงมีข้อเรียกร้องสำคัญ 3 ประการ ได้แก่
- ประการแรก ขอให้ทบทวนมาตรการที่ส่งผลกระทบต่อสิทธิทางการศึกษา และเปิดโอกาสให้นักศึกษากลับเข้าเรียนในพื้นที่อุเทนถวายได้ตามปกติอย่างปลอดภัย
- ประการที่สอง ขอให้รักษาและพัฒนาสถานที่อุเทนถวายในพื้นที่ปัจจุบัน เพื่อให้สามารถจัดการเรียนการสอนได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งรักษาประวัติศาสตร์ ชื่อเสียง และอัตลักษณ์ของสถาบันไว้
- ประการที่สาม ขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย และประวัติการใช้ประโยชน์พื้นที่อย่างโปร่งใส รวมถึงตรวจสอบความเหมาะสมของกระบวนการออกคำสั่งและผลกระทบที่เกิดขึ้นกับนักศึกษา พร้อมเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะตามที่กฎหมายกำหนด
นายจิระวัฒน์ กล่าวอีกว่า นักศึกษาไม่ได้มายื่นหนังสือเพื่อเรียกร้องให้ฝ่ายใดเป็นผู้ชนะ ไม่ได้ปฏิเสธข้อกฎหมาย และไม่ต้องการสร้างความขัดแย้งกับสถาบันใด แต่ต้องการให้ผู้มีอำนาจตระหนักว่า สิ่งที่อาจถูกมองว่าเป็นเพียงปัญหาด้านการบริหารหรือข้อพิพาทเรื่องที่ดิน สำหรับนักศึกษาแล้ว นี่คืออนาคตของชีวิตและความหวังของครอบครัว นักศึกษาเพียงต้องการโอกาสในการเรียนจนสำเร็จการศึกษา และต้องการเห็นอุเทนถวายยังคงทำหน้าที่ผลิตบุคลากรเพื่อพัฒนาประเทศต่อไป
ส่วนอยากสื่อสารอะไรกับประชาชนที่เห็นด้วยกับการย้ายออกของอุเทนถวาย นายจิระวัฒน์ กล่าวว่า เข้าใจว่าประชาชนบางส่วนอาจมองชื่ออุเทนถวายเชื่อมโยงกับเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้น แต่ในความเป็นจริง นักศึกษาอุเทนถวายส่วนใหญ่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับความรุนแรงดังกล่าว ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเฉพาะกลุ่มและเกี่ยวข้องกับบุคคลบางราย จึงอยากให้สังคมมองเห็นว่า นักศึกษาส่วนใหญ่ที่เข้ามาศึกษาที่อุเทนถวายมีเป้าหมายเพียงต้องการเรียนหนังสือและได้รับการศึกษาในสถาบันแห่งนี้
“พวกผมนักศึกษาอุเทนถวายส่วนใหญ่ที่ต้องการเรียนที่สถาบันอุเทนถวาย อยากให้ทุกคนในสังคมมองว่า พวกผมเป็นนักศึกษา ต้องการศึกษาที่นี่จริง ๆ พวกผมไม่ได้มีหัวรุนแรง ไม่ได้ต้องการความรุนแรง และก็จะไม่ให้เกิดเหตุการณ์รุนแรง เพราะว่าพวกผมนักศึกษาเสียงส่วนใหญ่ ต้องการเรียนจริง ๆ” นายจิระวัฒน์ กล่าว
ด้านนายชาญชัย กล่าวว่า จะนำหนังสือเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของคณะกรรมาธิการการศึกษาตามขั้นตอน เพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป ยืนยันว่าจะให้ความช่วยเหลือและดำเนินการตามกระบวนการที่สามารถทำได้ เพื่อรับทราบปัญหาและพิจารณาแนวทางช่วยเหลือนักศึกษาที่ได้รับผลกระทบ