นักศึกษาอุเทนถวายเดินขบวนไปสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ประกาศปฏิญญายุติความรุนแรงกับช่างกลปทุมวัน ขณะที่ศิษย์เก่าเปิดเวทีเสวนาปมที่ดิน ยืนยันพร้อมต่อสู้เพื่อปกป้องสถาบัน พร้อมจับตาผลประชุมกระทรวง อว. พรุ่งนี้ ว่าจะมีการทบทวนคำสั่งย้ายสถานศึกษาหรือไม่
บรรยากาศนักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย เดินขบวนจากสถาบันไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
เพื่อประกาศปฏิญญายุติความรุนแรงกับสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน หรือ ช่างกลปทุมวัน ระหว่างทางนักศึกษาชูป้ายข้อความรณรงค์ยุติความรุนแรงหลายข้อความระบุ “อุเทนไม่ใช้กำลังแก้ปัญหา,เลิกตีกันหันมาทำดี,ยุติความรุนแรง,อุเทนถวายขอโอกาสทำดีเพื่อสังคม”
ก่อนเริ่มเดินขบวน ศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบันได้ร่วมพิธีสักการะองค์พระวิษณุกรรม เพื่อแสดงความเคารพต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำสถาบัน ขณะที่นักศึกษาเดินขบวนไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สมาคมศิษย์เก่าอุเทนถวายได้จัดเวทีเสวนาในหัวข้อ “ที่ดินอุเทนถวาย สำคัญอย่างไร กับใคร” โดยมีนายจตุพร พรหมพันธุ์ นักกิจกรรมทางการเมือง นายแก้วสรร อติโพธิ อดีตสมาชิกวุฒิสภา นายนิติธร ล้ำเหลือ หรือ ทนายนกเขา นายจิรัฐิติ พันธุ์มณี นายกสมาคมศิษย์เก่าอุเทนถวาย และนายภูมิยศ ลาภณรงค์ชัย ผู้นำกิจกรรมนักศึกษา ร่วมเป็นวิทยากร
นายจิรัฐิติ เปิดเผยว่า การรวมตัวของศิษย์เก่าในวันนี้ มีเป้าหมายเพื่อกำหนดทิศทางและแสดงจุดยืนสำคัญของสถาบัน ภายใต้ชื่อ “ปฏิญาณอุเทนถวาย” ซึ่งเกิดจากความร่วมมือของ 3 ฝ่าย ได้แก่ นักศึกษาปัจจุบัน ศิษย์เก่าผ่านสมาคมศิษย์เก่า และคณาจารย์
ทั้ง 3 ฝ่ายมีจุดยืนตรงกันว่า ต้องการยุติความรุนแรง การทะเลาะเบาะแว้ง และปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้นมาอย่างยาวนาน โดยอุเทนถวายขอเป็นฝ่ายเริ่มต้นยุติความรุนแรงตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
ส่วนการเดินขบวนไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตัวแทนนักศึกษาจะยื่นหนังสือและแถลงเจตจำนงต่อผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เพื่อขอให้ตำรวจทำหน้าที่เป็นคนกลาง เชิญทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเข้ามาหารือและร่วมกันหาทางยุติความขัดแย้ง
สำหรับกรณีคำสั่งย้ายสถานที่ตั้งของสถาบัน นายจิรัฐิติ ระบุว่า ขณะนี้ยังต้องรอผลการประชุมทบทวนคำสั่ง ซึ่งมีกำหนดประชุมในวันพรุ่งนี้ หรือวันที่ 22 ตุลาคม เพื่อดูว่ากระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หรือ อว. รวมถึงผู้มีอำนาจ จะสามารถทบทวนหรือบรรเทาผลกระทบจากคำสั่งดังกล่าวได้หรือไม่
โดยเฉพาะผลกระทบต่อการเรียนการสอนและอนาคตของนักศึกษา ซึ่งหากมีการทบทวนคำสั่งเพื่อประโยชน์ของนักศึกษา สมาคมศิษย์เก่าก็พร้อมให้การสนับสนุน
ส่วนประเด็นข้อพิพาทเรื่องที่ดิน นายจิรัฐิติยืนยันว่า อุเทนถวายไม่เคยเช่าที่ดินจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยนับตั้งแต่ก่อตั้งสถาบันในปี 2475 โดยอ้างว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่พระราชทานจากรัชกาลที่ 6 พร้อมท้าให้มีการตรวจสอบหลักฐานสัญญาเช่าที่ดินจากทั้งสองฝ่าย
นายจิรัฐิติ ยังตั้งข้อสังเกตถึงสัญญาเช่าที่ดินที่เกิดขึ้นในปี 2522 โดยระบุว่าเป็นสัญญาที่อุเทนถวายไม่ได้มีส่วนรับรู้ร่วมด้วย พร้อมย้อนถึงพระราชบัญญัติจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ. 2482 ซึ่งในมุมมองของเขา เป็นกฎหมายที่ทำให้พื้นที่ของอุเทนถวายถูกรวมเข้าไปอยู่ในกรรมสิทธิ์ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมองว่าเป็นการกระทบสิทธิเดิมของสถาบัน
ส่วนกรณีที่ศาลปกครองมีคำสั่งยกคำร้องของอุเทนถวาย ในคดีขอเพิกถอนมติคณะกรรมการชี้ขาดการดำเนินคดีแพ่งของส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หรือ กพย. นายจิรัฐิติระบุว่า คำสั่งดังกล่าวไม่ได้หมายความว่าศาลมีคำสั่งให้อุเทนถวายย้ายออกจากพื้นที่
นอกจากนี้ ยังอ้างว่า มติ กพย. ระบุให้จัดหาพื้นที่ อุปกรณ์ งบประมาณ และอาคารสถานที่ทดแทนที่มีมาตรฐานไม่น้อยไปกว่าของเดิม แต่ที่ผ่านมาสถาบันยังไม่ได้รับการดำเนินการตามมติดังกล่าวอย่างที่ควรจะเป็น จึงต้องการเปิดเผยข้อมูลให้ศิษย์เก่าและสาธารณชนได้รับทราบ
ด้านนายจตุพร กล่าวว่า ส่วนตัวมีความสัมพันธ์อันดีกับศิษย์เก่าอุเทนถวาย และเห็นว่าอุเทนถวายไม่ได้รับความเป็นธรรมในกรณีข้อพิพาทเรื่องที่ดิน นายจตุพร กล่าวว่า ตามประวัติศาสตร์ รัชกาลที่ 6 ทรงมีพระราชประสงค์ส่งเสริมการศึกษา ทั้งการพระราชทานกำเนิดจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อถวายเป็นพระบรมราชานุสรณ์แด่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และการจัดตั้งสถาบันที่เป็นต้นกำเนิดของอุเทนถวาย เพื่อประโยชน์ด้านการศึกษาและการพัฒนาวิชาชีพ
นายจตุพร ยังตั้งข้อสังเกตว่า จากพื้นที่ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยที่มีอยู่เป็นจำนวนมาก อุเทนถวายมีพื้นที่เพียงประมาณ 20 ไร่ จึงเห็นว่าควรพิจารณาข้อพิพาทนี้โดยคำนึงถึงเจตนารมณ์ในการส่งเสริมการศึกษาเป็นสำคัญ
พร้อมตั้งคำถามถึงเหตุผลในการนำที่ดินอุเทนถวายกลับคืน โดยตั้งข้อสงสัยว่าอาจเกี่ยวข้องกับการนำพื้นที่ไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ แม้จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจะมีเหตุผลเรื่องการพัฒนานวัตกรรมก็ตาม ซึ่งเป็นข้อกล่าวอ้างและข้อสงสัยจากฝั่งผู้คัดค้านที่ยังต้องพิจารณาข้อมูลจากทุกฝ่าย
นายจตุพร ยังวิพากษ์วิจารณ์คำสั่งของ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. ที่สั่งให้หยุดการเรียนการสอนเป็นเวลา 90 วัน โดยมองว่านักศึกษาที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเหตุความรุนแรงต้องได้รับผลกระทบไปด้วยการย้ายสถานศึกษาควรมีสถานที่รองรับอย่างเหมาะสม และคำนึงถึงผลกระทบต่อการเรียนของนักศึกษา โดยเห็นว่าอุเทนถวายมีสิทธิที่จะต่อสู้เพื่อปกป้องสิทธิในที่ดินของสถาบัน
ทั้งนี้ ประเด็นที่ต้องติดตามต่อจากนี้ คือผลการประชุมทบทวนคำสั่งของกระทรวง อว. ในวันพรุ่งนี้ ว่าจะมีแนวทางอย่างไรต่อสถานที่ตั้งของอุเทนถวาย ขณะที่การประกาศปฏิญญายุติความรุนแรงในวันนี้ จะนำไปสู่ความร่วมมือระหว่างสองสถาบันได้มากน้อยเพียงใด