“ปาหี่ / ละครโรงใหญ่?”
“ขี่ช้างจับตั๊กแตน”
“ดีใจที่ได้เข้าวัดพระธรรมกาย”
“ขอบคุณ ทหาร ตำรวจ ดีเอสไอ”
หลากหลายอารมณ์ความรู้สึกที่เกิดขึ้นภายหลังปฏิบัติการปิดล้อมวัดพระธรรมกายของดีเอสไอเอวังด้วยการออกมานั่งร่วมโต๊ะกับพระวัดพระธรรมกายแถลงข่าว “ฉันยอมให้เธอเข้าวัดก็ได้” เป็นนัยปิดฉาก 23 วันปฏิบัติการปิดล้อมวัดพระธรรมกายเพื่อค้นหาตัวพระธัมมชโย ผู้ต้องหาตามหมายจับฐานสมคบกันฟอกเงิน ในคดียักยอกเงินสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น มูลค่ากว่า 1,400 ล้านบาท
บ้างก็ว่า ดีเอสไอยอมเจ็บนิด ๆ แต่จบพักยกไปก่อน ดีกว่าจบแบบเจ็บ ๆ เพราะหลัก ๆ ทั้งพระทั้งโยมเริ่มเครียด
บ้างก็อารมณ์พลุ่งพล่าน เพราะมีทั้ง อาญาสิทธิ์ มาตรา 44 เจ้าหน้าที่อีกกว่า 4,000 นาย ล้อมหน้า ล้อมหลัง ตรวจพระ สกัดโยม โดรนบินสอดแนม ค้นแล้วค้นอีก แต่กลับพาพระออกมาพูดว่า พระทุบกำแพงหนีไปได้ ตั้งแต่ตอนแรกที่เริ่มปฏิบัติการ อ้าวเห้ย ไหงเป็นงั้น
ตัวผมเองถึงกับ อุทาน คุณพระ คุณเจ้า! เพราะแทบไม่อยากจะเชื่อว่า การข่าวรัฐ กับ การข่าวธรรมกาย ชื่อชั้นจะต่างกันขนาดนี้ หรือศึกนี้มีหมากกลหลายชั้น สิ่งที่เห็น อาจไม่ใช่สิ่งที่เป็น
ลำพัง คนกิเลสหนา ปัญญาหยาบอย่างผมคงมองไม่ขาด อ่านไม่แตก จึงขอหยิบยกเอาความคิดเห็นและมุมมองจากผู้ที่คร่ำวอดในวงการมาช่วยวิเคราะห์กลเกมการศึกในครั้งนี้
พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ รองโฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ในรายการเป็นเรื่องเป็นข่าว เมื่อเร็ว ๆ นี้ ยืนยันว่าปฏิบัติการครั้งนี้ได้มากกว่าเสีย และไม่ได้คว้าน้ำเหลว เพราะได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า
- ข้อต่อสู้คือ พระธัมมชโยอาพาธหนัก ไปไหนไม่ได้ ข้อต่อสู้ดังกล่าว ไม่เป็นความจริง พระไม่ได้อยู่ในวัด ขณะนี้พระธัมมชโยจึงเป็นผู้ต้องหาหนีหมายจับ
- ได้เห็นวัดพระธรรมกายในสิ่งที่ไม่เคยเห็นในสื่อฯ ไหนมาก่อน สังคมได้เห็นปฏิบัติการและข้อมูลข่าวสารที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในรอบ 30-40 ปี
- หลังจากนี้มุ่งการข่าวสืบจับพระธัมมชโย
- ประเมินความเสียหายแล้ว ได้ไม่คุ้มเสีย เชื่อว่ามีคนปลุกปั่นแล้ว มีการสร้างค่ายคูประตูรบ บรรยากาศตึงเครียด อาจมีคนบาดเจ็บ ล้มตาย เพราะเชื่อว่ามีแนวโน้มพลีชีพ
- เป้าหมายจริง ๆ ไม่ใช่จับพระรูปเดียว โจทย์คือการสลายลัทธิการคลั่งผู้นำ ถ้าจับผู้นำได้อาจกลายเป็นมุมกลับซึ่งจะทำให้เหตุการณ์ยิ่งวุ่นวายกันไปใหญ่ เมื่อย่อยสลายลัทธิ-พระธัมมชโยได้แล้วก็จะปฏิรูปวัดพระธรรมกาย
- การข่าวลำบาก เพราะนี่คือองค์กรลับ เขาเห็นตัวเองเป็นกองทัพ (ธรรม) วิธีปฏิบัติการมีสายบังคับบัญชาชัดเจน จะรู้เฉพาะที่ต้องรู้เท่านั้น ห้ามเถียง ห้ามถาม ทำตามอย่างเดียว ข่าวหลุดยาก
- เชื่อว่าพระธัมมชโยยังอยู่ในวัด และเคลื่อนที่ได้
ล่าสุด พล.ท.อภิรัตน์ คงสมพงษ์ แม่ทัพภาค 1 สั่งลดกำลังทหารแล้ว เพราะพระธัมมชโยไม่ได้อยู่ในวัดจึงต้องไปดำเนินการพื้นที่อื่น
ส่วนดีเอสไอเอง นอกจากจะตั้งชุดการข่าวสืบหาเบาะแสพระธัมมชโยแล้วก็สอบสวนขยายผลคดีฟอกเงินต่อ ด้านอัยการตรวจสอบเส้นทางการเงินของพระทัตตชีโว และมีการออกมาให้ข่าวพาดพิงพระทัตตชีโวว่ามีนอมินีเอาเงินวัดไปเล่นหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ ข้อกล่าวหาร้ายแรงถึงขั้น “ปั่นหุ้น”
ไม้เด็ดทุกท่วงท่า ประเคนใส่ แต่ พระกับศิษย์วัดพระธรรมกาย รับมือได้อย่างน่าเหลือเชื่อ
ทำไม!!!
ผมเคยเปิดคลิปยูทูปฟังพระธัมมชโยพูดถึงวัดพระธรรมกาย พระธัมมชโย เรียกตัวเองว่า “ครูไม่ใหญ่” พูดอะไรหลายอย่างเกี่ยวกับวัดพระธรรมกายไว้อย่างน่าสนใจ
ครูไม่ใหญ่พูดผ่านไมค์กับศิษยานุศิษย์บางช่วงบางตอนว่า วัดพระธรรมกายตอกเสาเข็มลึก 21 เมตร ถ้าวัดพังไปก็เหลือป้ายไว้ ป้ายซึ่งประดิษฐานคำว่าวัดพระธรรมกาย
นอกจากนี้ยังอธิบายว่า “ธงธรรมกาย” เป็น สัญลักษณ์และเป้าหมายที่แท้จริง
มหาธรรมกายเจดีย์ คือ สัญลักษณ์วิชาธรรมกาย
สีแดง หมายถึง การเป็นสายโลหิต เครือญาติกับท่านผู้รู้ภายใน
สีขาว หมายถึง ความบริสุทธิ์ บริบูรณ์
ใต้ธงธรรมกาย มีพระ เณร ลูกศิษย์ จำนวนมหาศาล ผนึกเครือข่ายผ่านกลุ่มที่ใช้ชื่อว่า “บ้านกัลยาณมิตร” เป็น “กองทัพธรรม” มี DMC เป็นช่องทางสื่อสารส่งตรงถึงศิษยานุศิษย์ทั้งในและต่างประเทศ มีโรงเรียนพระปริยัติธรรม มีมหาวิทยาลัย มีเครือข่ายวัดและสถานปฏิบัติธรรมทั้งในและต่างประเทศ มีสิ่งปลูกสร้างใหญ่โตมโหฬาร มีมูลนิธิธรรมกายบริหารจัดการทุกอย่างให้ ฯลฯ
กระแสวิพากษ์วิจารณ์ลุกลามไปถึงประเด็นทางการเมืองและกลุ่มข้าราชการ โดยถูกมองว่าเกื้อหนุน เอื้อประโยชน์ซึ่งกันและกันกับ ข้าราชการ นักการเมือง กลุ่มการเมือง ทั้งในระดับชาติ และระดับท้องถิ่น ที่เห็นชัด ๆ คือ หนึ่งในลูกศิษย์วัด ที่อดีตเป็นลูกศิษย์ใกล้ชิด ปัจจุบันผันตัวเองมาเป็นนักการเมืองท้องถิ่นในพื้นที่ที่รับผิดชอบดูแลวัดพระธรรมกาย อย่างนี้เป็นต้น
สิ่งที่เห็นและเป็นไปจากอดีตมาถึงปัจจุบันอาจพอเป็นคำตอบได้ว่า ทำไม วัดพระธรรมกายจึงรับมือกับรัฐได้ และคงพอช่วยเปิดมุมมองให้เห็นเป้าหมายที่แท้จริงที่ไม่ได้มีเฉพาะแค่บุคคลเท่านั้น แต่ขอบเขตขยายวงกว้างไปถึงองค์กรและเครือข่าย และมิติอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนภาพใหญ่อย่างการปฏิรูปพระพุทธศาสนาหนึ่งในสถาบันหลักของประเทศก็เป็นประเด็นสำคัญ และเป็นประเด็นใหญ่ที่ไม่อาจมองข้ามเช่นกัน
เชื่อว่าคำถามที่ใคร ๆ อยากรู้ก็คือ คดีพระธัมมชโย และวัดพระธรรมกาย จะจบอย่างไร คำตอบ คือ ยังเร็วไปที่จะสรุป
นิด้าโพลสำรวจความคิดเห็นประชาชนกลุ่มตัวอย่างพบว่า กลุ่มตัวอย่าง 48.40% ระบุว่า พระธัมมชโยหลบหนีเพื่อรอให้คดีหมดอายุความ แต่ 34.80% ระบุว่า พระธัมมชโยมอบตัวสู้คดี 6% เชื่อว่าพระธัมมชโยถูก มส.จับตัวได้
อีก 0.88% ระบุว่า ไม่มามอบตัวและคดียืดเยื้อเช่นเดียวกับเณรคำ, ดีเอสไอน่าจะจับได้ และ 9.92% บอกว่าไม่แน่ใจ
คนส่วนใหญ่ ราว 81.76% เชื่อว่าพระธัมมชโยน่าจะหลบหนีไปต่างประเทศแล้ว รองลงมาคือ ไม่อยู่วัดแต่อยู่ในประเทศ และน่าจะอยู่ในวัด ตามลำดับ
ผมนำแบบคำถามของนิด้าโพลมาให้เห็นหน้าไพ่ที่จะเลือกเล่นกันก่อนเพื่อเตรียมพร้อมพบกับการวิเคราะห์เจาะลึกชนิดภาพและเสียงคมชัดระดับ HD ในแบบฉบับ “สารตั้งต้น” สารคดีเชิงข่าวของทีมข่าวพีพีทีวีที่จะมาอ่านการศึกระหว่างดีเอสไอและวัดพระธรรมกายตลอด 23 วันที่ผ่านมา ในตอน “ยกทัพ จับสึก” TO BE CONTINUED วันอาทิตย์ที่ 19 มี.ค.นี้ เวลา 16.30 น. ที่ PPTVHD ช่อง 36 ที่นี่ที่เดียว